อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562

  รถไฟสายใหม่จากชุมพร-ระนอง125กม.

สนข. ได้ว่าจ้างที่ปรึกษา 3บริษัท ศึกษาความเหมาะ เส้นทางรถไฟช่วงชุมพร-ระนอง  ระยะทาง 125 กม. เพื่อพัฒนาแนวเส้นทางรถไฟสายใหม่เชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทยกับอันดามัน   อังคารที่ 27 มิถุนายน 2560 เวลา 19.13 น.


                นางวิไลรัตน์   ศิริโสภณศิลป์   รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า    สนข. ได้ว่าจ้างที่ปรึกษา 3บริษัท ได้แก่ บริษัทเอเชี่ยนเอ็นจิเนียริ่งคอนซัลแต้นส์จำกัด  บริษัทอินฟราพลัสคอนซัลติ้งจำกัด และบริษัทเอ็นริชคอนซัลแตนซ์จำกัด   ศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม เส้นทางรถไฟช่วงชุมพร-ระนอง  ระยะทาง 125 กม. เพื่อพัฒนาแนวเส้นทางรถไฟสายใหม่เชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทยกับอันดามัน   สำหรับการคมนาคมขนส่งและส่งเสริมการก่องเที่ยวสองฝั่งทะเล รวมทั้งเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึก จ.ระนองรองรับการเปิดประตูสู่ BIMSTEC(ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ: Bay of Bengal Initiative Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation: BIMSTECในอนาคต
                นางวิไลรัตน์  กล่าวต่อว่า  โครงการใช้เวลาศึกษา 10 เดือน  ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 60- 28 ก.พ.61 งบศึกษาประมาณ 30 ล้านบาท  โดยออกแบบและจัดทำรายงาน การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (ไออีอี)  ศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ การเงิน และรูปแบบการลงทุน และสร้างกระบวนการรับรู้และมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ตามแนวเส้นทาง   ซึ่งกลางเดือน ก.ค. นี้จะจัดประชุมสัมมนาเปิดตัวโครงการที่ จ.ชุมพร และ จ.ระนอง เพื่อประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่รับรู้ รวมทั้งแสดงความคิดเห็นคาดว่า เดือน ก.ย. 60 จะได้แนวเส้นทางที่ชัดเจนรวมทั้งพื้นที่การเวนคืนโดยให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
                นางวิไลรัตน์  กล่าวอีกว่า   โครงการดังกล่าวเป็นการพัฒนาขยายโครงข่ายเส้นทางรถไฟสายใหม่ จาก จ.ชุมพร-จ.ระนอง เชื่อมโยงอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน สอดคล้องนโยบายของรัฐเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศรวมทั้ง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งให้สะดวกรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์   ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้บรรจุโครงข่ายดังกล่าวไว้ในแผนงานหลักภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบขนส่งของไทยระยะ 20 ปี ช่วง ปี60-79 เนื่องจากกลุ่มจังหวัดภาคใต้มีศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจากความได้เปรียบด้านด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่พัฒนาเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน ให้เป็นศูนย์กลาง(ฮับ)การท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก และเป็นประตูเชื่อมโยงเศรษฐกิจของเอเชียใต้   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

บอกต่อ : 2.55K