อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562

 4ส.ค.นัดเคาะรถรางเบาเชียงใหม่

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) แจ้งว่า  วันที่ 4ส.ค. เริ่มแนวทางสร้างรถไฟฟ้ารางเบาเชียงใหม่หลังรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งสุดท้าย เสนอ 2 แนวทาง2 โครงข่าย แบบเอใช้ทางวิ่งบนดินและ ใต้ดินร่วมกั ระยะทางรวม 35กม. แบบบีใช้ทางวิ่งบนดินทั้งหมด ระยะทางรวม 40.57กม. พฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม 2560 เวลา 07.10 น.




               รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) แจ้งว่า   วันที่ 4ส.ค. นี้ สนข. จะจัดประชุมสัมมนาครั้งที่ 3 ปัจฉิมโครงการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจ.เชียงใหม่ เพื่อแก้ปัญหาจราจรและระบบขนส่งสาธารณะในเมือง  โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนจ.เชียงใหม่เป็นครั้งสุดท้ายซึ่งที่ปรึกษาโครงการจะนำเสนอผลการศึกษาที่เลือกใช้ระบบรถรางไฟฟ้าหรือแทรมมีโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะ 2 โครงข่าย คือโครงข่ายทางเลือกรูปแบบเอใช้ทางวิ่งบนดินและ ใต้ดินร่วมกัน มี 3 เส้นทางหลัก ระยะทางรวม 35กม. ได้แก่ 1.สายสีแดง   12กม.  2.สายสีเขียว  12 กม. และ 3.สายสีน้ำเงิน  11กม. วงเงินลงทุน  106,895ล้านบาท  
                 ส่วนโครงข่ายทางเลือกรูปแบบบีใช้ทางวิ่งบนดินทั้งหมด ประกอบด้วย 3 เส้นทางหลัก ระยะทางรวม 40.57กม. ได้แก่ 1.สายสีแดง 15.65 กม.  2.สายสีเขียว11.11 กม. และ 3.สายสีน้ำเงิน  13.81กม. วงเงินลงทุน 28,419 ล้านบาท   ตามแผนจะเริ่มก่อสร้างปี 61-63 แล้วเสร็จเปิดให้บริการปี 64
                สำหรับรูปแบบการลงทุน 3แนวทาง ได้แก่ 1.รัฐลงทุน 100% 2.การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน(พีพีพี) รัฐลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนเอกชนลงทุนด้านระบบและการเดินรถ และ 3.ระดมทุนเช่น ตั้งกองทุนรวม เงินกู้ยืมมีดอกเบี้ย จากนั้นที่ปรึกษาจะนำข้อคิดเห็นประชาชนมาปรับในรายงานให้มีความสมบูรณ์ขึ้นและส่งรูปเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์ได้ภายในส.ค. นี้  เพื่อ นำผลการศึกษาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการพิจารณาเห็นชอบ
        
  รายงานข่าวแจ้งว่า   การสัมมนาครั้งนี้จะให้ประชาชนแสดงความเห็นในการเลือกโครงข่ายที่มีข้อดีข้อเสียและวงเงินลงทุนต่างกันมาก โดยโครงข่ายเอใช้เงินลงทุนสูงมากเนื่องจากวิ่งบนดินและใต้ดินร่วมกันไม่บดบังทัศนียภาพไม่กระทบศิลปวัฒนธรรมของเมือง อนุรักษ์ท้องถิ่น คงวิถีชีวิตของคนเชียงใหม่ได้และรองที่เมืองเชียงใหม่จะเป็นเมืองมรดกโลก ขณะที่โครงข่ายบีลงทุนค่อนข้างถูก แต่วิ่งบนดินทั้งหมดทำให้กระทบทัศนียภาพของเมืองและเกิดปัญหาการจราจรติดขัดเนื่องจากใช้เลนถนนร่วมกับรถยนต์  จากนั้นจะนำเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาเห็นชอบตัดสินใจเลือกโครงข่ายต่อไป  ทั้งนี้เมื่อผลการศึกษาโครงการแล้วเสร็จ ทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะเป็นเจ้าของโครงการที่ต้องดำเนินการศึกษารายละเอียดออกแบบในแต่ละโครงข่ายแนวเส้นทาง รูปแบบสถานี รวมทั้งรูปแบบการลงทุนต่อไป
                แนวดเส้นทางเบื้องต้นทั้ง3สายได้แก่   1.สายสีแดง(ศูนย์ราชการฯ-สนามบิน-แม่เหียะ)  จากแยกแม่เหียะสมานสามัคคี (แยกบิ๊กซีหางดง)- สนามบินเชียงใหม่ - เซ็นทรัลแอร์พอร์ต - ม.เชียงใหม่ (สวนดอก) - รพ.มหาราชฯ -วัฒโนทัยพายัพ - สถานีขนส่งช้างเผือก - ม.ราชภัฎเชียงใหม่ - สนามกีฬาสมโภช 700 ปี- ศูนย์ประชุมฯนานาชาติ - รพ.นครพิงค์    2.สายสีน้ำเงิน(สวนสัตว์เชียงใหม่-ท่าแพ-ดอนจั่น)  จากสวนสัตว์เชียงใหม่- ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา - ม.เชียงใหม่ นิมมานเหมินทร์ - วัดพระสิงห์ฯ -อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ - ยุพราชวิทยาลัย - ประตูท่าแพ - ไนท์บาซ่าร์ - ตลาดอนุสาร –ตลาดสันป่าข่อย - สถานีรถไฟเชียงใหม่ - บิ๊กซีดอนจั่น – พรอมเมนาดา 
                  และ3. สายสีเขียว (แม่โจ้-กาดหลวง-สนามบิน)  จากสนามบินเชียงใหม่ - ม.ฟาร์อีสเทิร์น -เซ็นทรัลแอร์พอร์ต - ตลาดหนองหอย - มงฟอร์ตวิทยาลัย - เรยีนาร์เซรีวิทยาลัย -ตลาดอนุสาร - ไนท์บาซาร์ – กาดหลวง - ปริ้นซ์รอแยลวิทยาลัย -ดาราวิทยาลัย - รพ.แมคคอร์มิค - สถานีขนส่งอาเขต - เซ็นทรัลเฟสติวัล - แยกแม่โจ้ -สี่แยกรวมโชค


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 396