อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ใช้ธุรกิจแฟรนไชส์ปล่อยกู้-ค้ำประกัน

พาณิชย์จับมือธพว.ให้สินเชื่อธุรกิจแฟรนไชส์ พร้อมใช้กิจการเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ด้วย มั่นใจช่วยสร้างผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่ม อาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม 2560 เวลา 11.26 น.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช. พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ถึงแนวทางการปล่อยสินเชื่อให้ผู้สนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ ที่อยู่ในการส่งเสริมและพัฒนาจากกระทรวงพาณิชย์ และสามารถใช้กิจการที่ได้ซื้อแฟรนไชส์มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งแฟรนไชส์นี้ นับเป็นธุรกิจแรกที่จะใช้หลักประกันทางธุรกิจประเภทกิจการมาค้ำประกันสินเชื่อตามพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 คาดว่าภายในปีแรกนี้ จะสามารถคัดเลือกแฟรนไชส์ที่จะให้สินเชื่อได้ 15- 20 ราย ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสร้างผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ธุรกิจได้มากขึ้น
 
เบื้องต้น ธพว. จะกำหนดมาตรการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการที่สนใจทำธุรกิจแฟรนไชส์ โดยนำร่องปล่อยกู้ให้แก่ธุรกิจแฟรนไชส์ต้นแบบ ที่ได้รับการส่งเสริมพัฒนาจากกระทรวงพาณิชย์ ที่มีค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าเกินกว่า 1 ล้านบาทนั้น จะมีแผนธุรกิจที่ชัดเจน และได้ดำเนินธุรกิจมาแล้วเป็นอย่างดี ทำให้โอกาสที่จะประสบความสำเร็จมีมาก ขณะที่ธุรกิจแฟรนไชส์เองก็เป็นธุรกิจที่สะดวก และง่ายต่อการเริ่มต้นธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ มีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนด้วยตนเอง ที่สำคัญคือมีแฟรนไชส์ซอร์ช่วยคิดวางแผนธุรกิจและการเงินให้ โดยไม่จำเป็นต้องลองผิดลองถูกเอง ทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์มีอัตราความเสี่ยงทางธุรกิจต่ำ

 

ทั้งนี้  ตั้งแต่พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. 59 จนถึงวันที่ 1 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา มีธุรกิจเอสเอ็มอียื่นคำขอจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ รวม 149,349 คำขอ มูลค่าทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกัน 2,800,545 ล้านบาท โดยสิทธิเรียกร้องประเภทบัญชีเงินฝากธนาคารเป็นทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันมากที่สุด มูลค่า 1.681 ล้านล้านบาท คิดเป็น 60% รองลงมาคือ สังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ เครื่องจักร รถยนต์ เรือ 546,995 ล้านบาท คิดดเป็น 19.53% และสิทธิเรียกร้องประเภทอื่นๆ เช่น ลูกหนี้การค้า สัญญาจ้าง สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ 481,611 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.20% ทรัพย์สินทางปัญญา 1,975 ล้านบาท คิดเป็น0.07%
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 15