อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เปิดแผนแม่บทโครงข่ายรถไฟรับเศรษฐกิจพิเศษลงทุน 2.7 ล้านล้านบาท

สนข. เปิดแผนลงทุนกว่า 2.7 ล้านล้านบาท ศึกษาแผนแม่บทพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ และพัฒนาพื้นที่ ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560 เวลา 17.39 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ นายชยธรรม์ พรหมศร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นประธาน เปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโครงการศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ การท่องเที่ยว และการพัฒนาพื้นที่ เพื่อนำเสนอผลการศึกษา วัตถุประสงค์ของโครงการ และแนวทางการจัดทำแผนแม่บทตลอดจนประโยชน์ของการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟสนับสนุน เขตเศรษฐกิจพิเศษ การท่องเที่ยว และการพัฒนาพื้นที่ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรอิสระ สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และประชาชน ร่วมงานกว่า 100 คน

นายชยธรรม์ เปิดเผยว่า สนข. ได้ศึกษาและจัดทำแผนแม่บทโครงการดังกล่าว เพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางในภูมิภาคต่างๆ และเพิ่มขีดความสามารถด้านการให้บริการ สร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการและนักลงทุน ตลอดจนส่งเสริมระบบรางให้เป็นโครงข่ายหลักในการเดินทาง พร้อมทั้งเชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้าครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1.ระยะสั้น (เร่งด่วน) โครงการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน และโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างได้ภายใน 5 ปีแรก ปี 60-64 2.ระยะกลาง โครงการที่เริ่มก่อสร้างได้ในช่วงปีที่ 6-10 ปี 65-69 และ 3.ระยะยาวโครงการที่เริ่มก่อสร้างภายหลังปีที่ 10 ปี 70-79

นายชยธรรม์ กล่าวต่อว่า แผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟครอบคลุมทั่วประเทศ ประกอบด้วย  1.การพัฒนาทางคู่ในโครงข่ายทางรถไฟปัจจุบัน รวมระยะทาง 2,777 กม. แบ่งเป็น ระยะเร่งด่วน เช่น รถไฟทางคู่สายฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย, ชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น, หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะกลาง เช่น รถไฟทางคู่สายปากน้ำโพ-เด่นชัย, ชุมทางศรีราชา-มาบตาพุด, สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา, ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะยาว เช่น รถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่, ช่วงชุมทางคลองสิบเก้า-อรัญประเทศ

2.แผนพัฒนาโครงการทางรถไฟสายใหม่ (Meter gauge) รวมระยะ 2,352 กม. แบ่งเป็น ระยะเร่งด่วน เช่น รถไฟสายเด่นชัย-เชียงของ, บ้านไผ่-นครพนม ระยะกลาง เช่น นครสวรรค์-ตาก-แม่สอด, กาญจนบุรี-บ้านภาชี ระยะยาว เช่น มาบตาพุด–ระยอง–จันทบุรี–ตราด, อุบลราชธานี–ช่องเม็ก, สุราษฎร์ธานี-ดอนสัก 3.แผนพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง (Standard gauge) รวมระยะ 2,457 กม. แบ่งเป็น ระยะเร่งด่วน ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-ระยอง, กรุงเทพฯ-นครราชสีมา, กรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะกลาง ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก, นครราชสีมา-หนองคาย ส่วนระยะยาว ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงสายพิษณุโลก-เชียงใหม่, หัวหิน-สุราษฎร์ธานี, รถไฟความเร็วสูง  สายสุราษฎร์ธานี-ปาดังเบซาร์ 

4.การจัดสรรตำแหน่งคลังเก็บสินค้า (Container yard : CY) แบ่งเป็นระยะเร่งด่วน เช่น หว้ากอ, หนองปลาดุก ระยะกลาง เช่น ศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าโลจิสติกส์นาทา ส่วนแผนระยะยาว เช่น ห้างฉัตร, สารภี และ 5.แผนการพัฒนาระบบการเดินรถด้วยระบบไฟฟ้า แบ่งเป็น ระยะเร่งด่วน คือการศึกษาเพื่อจัดทำแผนที่นำทางของการปรับเปลี่ยนไปสู่การใช้ระบบไฟฟ้าในการเดินรถ ส่วนระยะกลาง เช่น การก่อสร้างและติดตั้งระบบการเดินรถด้วยระบบไฟฟ้าในเส้นทางช่วงชุมทางบางซื่อ-บ้านภาชี-แก่งคอย-ถนนจิระ และระยะยาว เช่น การก่อสร้างและติดตั้งระบบการเดินรถด้วยระบบไฟฟ้า ในเส้นทางช่วงชุมทางบางซื่อ–หนองปลาดุก-หัวหิน นอกจากนี้ยังปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ให้ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัย และการวางแผนจัดหารถจักรและล้อเลื่อนด้วย

ด้านการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการตามแผนแม่บทนั้น แบ่งเป็น 3 ระยะเช่นกัน โดยรวมทุกแผนงานในระยะเร่งด่วนมูลค่า 829,802 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนจากภาครัฐ  642,802 ล้านบาท และจากภาคเอกชน 187,000 ล้านบาท ส่วนระยะกลางการลงทุนรวม 897,568 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนจากภาครัฐ 692,128 ล้านบาท และภาคเอกชน 205,441 ล้านบาท ส่วนการลงทุนในระยะยาว มีมูลค่าอยู่ที่ 975,564 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนจากภาครัฐ 638,922 ล้านบาท และภาคเอกชน 336,642 ล้านบาท รวมงบประมาณในการลงทุนตามแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ การท่องเที่ยว

และการพัฒนาพื้นที่ระยะเวลา 20 ปี ปี 60-79 รวมมูลค่ากว่า 2,702,934 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนจากภาครัฐทั้งสิ้น 1,973,851 ล้านบาท และจากภาคเอกชนรวม 729,083 ล้านบาท โดยหากคิดค่าเฉลี่ยของการลงทุนในระยะเวลา 20 ปีของแผนแม่บท จะมีมูลค่าลงทุนเฉลี่ยปีละ 135,147 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนจากภาครัฐเฉลี่ย   ปีละ 98,693 ล้านบาท และภาคเอกชนเฉลี่ยปีละ 36,454 ล้านบาท สำหรับการประเมินผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จากการลงทุนตามแผนแม่บท ซึ่งจะเสร็จสิ้นในปี 80 รวมกว่า 408,008.64 ล้านบาทต่อปี

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 14