อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563

ทางหลวงโต้"ฮู"มั่วจ่อดันไทยแชมป์ถนนอันตรายที่ 1

ทางหลวงโต้ "ฮู" มั่วตัวเลขดันไทยฉาวเตรียมขึ้นแท่นถนนอันตรายที่สุดในโลก ชี้อุบัติเหตุเกิดจากพฤติกรรมผู้ขับขี่ 90%ไม่ใช่สภาพถนน เป็นไปไม่ได้ยอดตายพุ่ง 67 คนต่อวันเท่าช่วงเทศกาล พุธที่ 15 พฤศจิกายน 2560 เวลา 11.57 น.

จากกรณี นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ผอ.ศูนย์ความร่วมมือแห่งองค์การอนามัยโลก หรือ ฮู (WHO) แถลงรายงานสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนในประเทศไทยว่า ปี 59 ประเทศไทย มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 22,356 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 58 ถึง 2,877 ราย เมื่อตีเป็นมูลค่าความสูญเสียรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี เตรียมส่งข้อมูลให้ฮูเพื่อรวบรวมจัดทำเป็นรายงานความปลอดภัยทางถนนของโลก พร้อมแสดงความเป็นห่วงว่า ประทศไทยจะขึ้นเป็นประเทศที่ถนนอันตรายที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก แทนที่ประเทศลิเบีย จากรายงานของฮูเมื่อปี 58 ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ซึ่งดูแลทางหลวงทั่วประเทศกว่า 7 หมื่นกม. เปิดเผยว่า ได้หารือนายสุจิณ มั่งนิมิตร ผอ.สำนักอำนวยความปลอดภัยของทล. เนื่องจากไม่สบายใจถึงตัวเลขที่มีการรายงานจากเครือข่ายฮูในประเทศไทย  จากข้อมูลที่ทราบเบื้องต้นมีการเก็บจาก 3 ส่วนได้แก่  1.ใบมรณบัตรของกระทรวงมหาดไทย (มท.) กับ กระทรวงสาธารณสุข 2.รายงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ 3.ผู้จด พ.ร.บ.กับบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด  ซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้เสียชีวิตเป็นหลัก โดยไม่ได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แน่ชัด เช่นพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทยที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน กว่า 90% ที่เหลือเกิดจากสภาพถนนและสภาพรถ รวมทั้งไม่ได้วิเคราะห์ถึงมาตรฐานถนนทางหลวง




นายธานินทร์ กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่า กรมทางหลวงก่อสร้างถนนได้มาตรฐานระดับสากล โดยอิงมาตรฐานจากแอสโต (aashto) องค์กรชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างงานทางในระดับโลกของอเมริกา แต่ยอมรับว่าทางหลวงทั่วประเทศมีจุดเสี่ยงอันตรายทั้งหมด 141 จุด เนื่องจากสภาพการก่อสร้างเดิมที่เป็นทางโค้งลาดชัน ตัดเขาหรือทางลงเขา แต่ได้ร่วมกับกระทรวงที่ดินโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง และการท่องเที่ยวญี่ปุ่น หรือเอ็มลิท (MLIT) แก้ไขอยู่โดยใช้โมเดลของญี่ปุ่นแก้ไขปัญหา เนื่องจากลดอุบัติเหตุได้ถึง 70% แต่ปัจจัยหลักคือ การเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของคนไทย ต้องมีวินัยในการขับขี่เหมือนคนญี่ปุ่น หากมีวินัย ไม่ประมาท ก็สามารถผ่านจุดเสี่ยงได้อย่างปลอดภัย เพราะมีมาตรฐานการป้องกัน เช่น ป้ายเตือนความเร็ว ทาพื้นถนนสีแดงกันลื่น อย่างไรก็ตาม ทล.ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ ต้องดูแลรักษาระบบถนนให้ได้มาตรฐาน พร้อมร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง



ขณะที่ นายสุจิณ มั่งนิมิตร ผอ.สำนักอำนวยความปลอดภัยของทล. กล่าวว่า การอ้างอิงตัวเลขดังกล่าวเป็นการคำนวณตัวเลขเสียชีวิตในภาพรวมไม่ได้เจาะจง หรือคำนวณอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริงบนท้องถนน เนื่องจากประเทศไทยขาดการเชื่อมข้อมูลแบบสากล ทำให้ได้และใช้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจะส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยเสียหาย  อยากย้อนถามฮูว่าถ้าตัวเลขที่ระบุออกมาเป็นข้อเท็จจริง  นั่นหมายความว่า  ประเทศไทยจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทุกวันเท่ากับช่วงเทศกาล  เพราะสถิติอุบัติเหตุของไทยที่เกิดสูงสุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 7 วันอันตราย เฉลี่ยแล้วเสียชีวิตสูงสุด 470 คน ต่อ 7 วัน หรือสูงสุดตลอดทั้งปี ก็จะมีผู้เสียชีวิตสูงสุดที่ 21,000-22,000 คนต่อปีเท่านั้น  หรือเฉลี่ยวันละ 67 คน  เป็นไปไม่ได้ที่นอกช่วงเทศกาลจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติบนท้องถนนถึง 67 คนต่อวัน ที่เครือข่ายฮูนำมาใช้
 
นายสุจิณ กล่าวด้วยว่า ระบบถนนทางหลวงและทางหลวงชนบท มีความปลอดภัยในระบบสากล ที่มีปัญหาบ้างคือ ถนนสายรอง ที่อยู่ในความดูแลของท้องถิ่น เนื่องจากขาดงบประมาณในการบำรุงรักษา แต่อุบัติเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมผู้ขับขี่เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ทล.พร้อมร่วมมือทุกหน่วยงานในปะเทศไทยเพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุทางถนนให้ เหลือน้อยที่สุดโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีสถิติอุบัติเหตุสูงสุด




ด้านนายชาครีย์ บำรุงวงศ์ ผอ.สำนักตรวจสอบความปลอดภัยงานทาง กรมทางหลวงชนบท (ทช.) รับผิดชอบโครงข่ายทางหลวงชนบทกว่า 4 หมื่นกม. ยืนยันว่า มาตรการก่อสร้างทางหลวงของ ทช.ได้มาตรฐานระดับสากล ดังนั้นถนนเมืองไทยไม่ใช่อันตรายที่สุดในโลก แต่สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั้น เกิดจากพฤติกรรมผู้ขับขี่ที่เป็นหลัก



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 10.09K