อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2561

เร่งศึกษาแผนรถไฟฟ้าระยะ2 ใช้เวลา 20ปี

เร่งศึกษาแผนรถไฟฟ้าระยะ2 ใช้เวลา 20ปี เน้นเชื่อมต่อโครงข่ายเป็นหลัก ก.ย.61 ได้ข้อสรุป หลังแผนรถไฟฟ้าระยะที่ 1 ใกล้เสร็จ หลายเส้นทางประกวดราคาและก่อสร้างคาดเปิดใช้บริการได้ปี63 จันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2560 เวลา 19.00 น.



 เมื่อเวลา18.00น.วันที่18ธ.ค.ที่กระทรวงคมนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐรมวคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะผู้แทนไจก้า รายงานร่างผลการศึกษาM-map2หรือแผนรถไฟฟ้าระยะที่2 กล่าวว่าในที่ประชุมได้มีการหารือกับคณะทำงานไจก้าในเรื่องของการศึกษาแผนรถไฟฟ้าระยะที่2 เนื่องจากขณะนี้แผนรถไฟฟ้าระยะที่1 ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว หลายเส้นทางอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ประกวดราคา ระยะที่1 ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ในเรื่องของการประกวดราคาปี61 และมีกำหนดเปิดให้บริการในปี63 ซึ่งการดำเนินการแผนโดยแผนระยะที่2จะเป็นแผนแม่บทต่อเนื่องมีระยะการศึกษาระหว่าง 2560-2579 ในระยะ 20 ปี ซึ่งโครงข่ายเดิมไม่เพียงพอ ไม่มีการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์ อีกทั้งการให้บริการรถไฟฟ้าเริ่มแออัด เช่นรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ ซึ่งแผนระยะที่2 จำเป็นต้องเน้นสร้างการเชื่อมต่อในพื้นที่ที่ยังไม่มีรถไฟฟ้า เนื่องจากในอนาคตโครงข่ายรถไฟฟ้าจะเป็นการวิ่งออกไปชานเมืองระยะยาว 40-60กม. ดังนั้นจำเป็นต้องมีพื้นที่สถานีเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายอื่นๆทุก 20 กม. เพื่อเพิ่มขึ้นเพื่อลดความแออัดของผู้โดยสารและรองรับการมีผู้ประกอบการรถไฟฟ้าสองสาย อาทิ สถานีเตาปูนที่มีการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินของบีอีเอ็มและรถไฟฟ้าสายสีม่วงของรฟม. เบื้องต้นได้มองจุดที่เหมาะสมในการพัฒนา Interchange Station ไว้คร่าวๆอาทิ บางแค นนทบุรี สมุทรสาคร

ทั้งนี้หลังจากไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อรถไฟฟ้าระยะที่สองนั้น ปัญหาที่พบมากที่สุด 3 อันดับคือ 1.เส้นทางรถไฟฟ้าในปัจจุบันไม่ครอบคลุมพื้นที่เขตชานเมืองที่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก 2. ผู้โดยสารรถไฟฟ้าในปัจจุบันรวมถึงรถได้ดินมีความแออัดเป็นอย่างมากจนรวมถึงเรื่องราคาที่ค่อนข้างสูงมากขึ้นเรื่อยๆจนเกินรับภาระไหว 3.ไม่มีระบบเชื่อมต่อการเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้าไปยังที่หมาย



นายอาคมกล่าวต่อว่าทั้งนี้การศึกษาแผนรถไฟฟ้าระยะที่2 จะเน้นการศึกษาจากโครงข่ายกรุงเทพเป็นจุดศูนย์กลางต่อขยายสู่พื้นที่ปริมณฑลที่ไม่มีรถไฟฟ้าเข้าถึง เน้นศึกษาจากสถานีสยามของระบบรถไฟฟ้าปกติเป็นหลัก และดูถึงการเชื่อมต่อรถไฟชานเมือง รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ยกตัวอย่างเช่น โดยเฉพาะการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าเพื่อการเชื่อมต่อ (Interchange Station) ซึ่งจะแบ่งเป็น2ระยะ โดยไม่ให้มีระยะทางที่มากเกิน 60กม. หรืออาจจะแบ่งย่อยเป็นระยะ 20กม. ผู้ให้บริการมากกว่า1 รายได้ นอกจากนี้ในที่ประชุม อีกทั้งในอนาคตได้เสนอในที่ประชุมศึกษาเส้นทางรถไฟชานเมืองเดิมเช่นกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ ที่อาจเปลี่ยนเป็นเส้นทางยกระดับในอนาคต

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายเดิมที่การศึกษาเห็นว่าเหมาะสมพัฒนาต่อขยายเส้นทางออกไปนั้นได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วง เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ มีศักยภาพที่จะต่อขยายเส้นทางไปอีก 20 กม. คือเส้นทางช่วง ราษฎร์บูรณะ-สมุทรปราการเพื่อรับประชาชนในเขตเมืองมากขึ้นและช่วยลดภาระความแออัดของรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ นอกจากนี้ยังมีแผนยกระดับรถไฟระหว่างเมืองเดิมเส้นทางกรุงเทพ-สมุทรปราการ ให้มาเป็นรถไฟชานเมืองที่มีทางวิ่งยกระดับเนื่องจากปัจจุบันเส้นทางดังกล่าวมีผู้โดยสารใช้บริการจำนวนมากจึงมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นรถไฟชานเมืองได้ ขณะที่โครงการเดิมอย่างรถไฟฟ้าสายสีเทา วัชรพล-เอกมัยและสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-บึงกุ่ม ได้สั่งการให้ทีมงานศึกษาไปดูรูปแบบการพัฒนาว่าแนวเส้นทางดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการรองรับผู้โดยสารหรือไม่

ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวว่า สำหรับแผนแม่บทรถไฟฟ้าระยะที่ 2 นั้น จะมีการประชุมคณะทำงานอีกครั้งในเดือน ก.พ. 2561 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าจะได้ร่างแผนแม่บทดังกล่าวภายในเดือน เม.ย. 2561 และแล้วเสร็จในเดือน ก.ย.ปีหน้า

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 4