อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

รฟม. ร่วมกับ บีอีเอ็ม ซ้อมแผนกู้รถไฟฟ้าค้างกลางราง ครั้งที่ 4

รฟม. ร่วมกับ บีอีเอ็ม เป็นเจ้าภาพจัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุของระบบขนส่งสาธารณะทางราง ครั้งที่ 4 เหตุการณ์รถไฟฟ้าติดค้างในเส้นทางหลัก เนื่องจากไม่มีกระแสไฟฟ้าขับเคลื่อน เสาร์ที่ 20 มกราคม 2561 เวลา 09.43 น.


เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 20 ม.ค. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวง (หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง) นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวง (หัวหน้ากลุ่มภารกิจ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง) นางอัมพวัน วรรณโก ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และนายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม เข้าตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุของระบบการขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ครั้งที่ 4 โดยมี นายฤทธิกา สุภารัตน์ รองผู้ว่าการ (บริหาร) รักษาการแทน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) คณะผู้บริหาร รฟม. และ BEM เจ้าภาพในการจัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฯ ให้การต้อนรับ ณ ชั้นชานชาลาสายสีน้ำเงิน สถานีรถไฟฟ้าเตาปูน เขตบางซื่อกรุงเทพมหานคร
                      
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฯนั้นได้มีการจำลองสถานการณ์ขึ้น โดยในเวลาประมาณ 17.30 น. (เวลาสมมติ)เกิดเหตุการณ์ รถไฟฟ้าติดค้างในเส้นทางหลัก เนื่องจากไม่มีกระแสไฟฟ้าขับเคลื่อนโดยเกิดเหตุขัดข้องดังกล่าวเกิดจาก สถานีไฟฟ้าย่อยขับเคลื่อน (Traction Substation) ที่สถานีบางซื่อและสถานีกำแพงเพชร เกิด Breaker Trip ทำให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าจ่ายเข้ารางที่ 3 ส่งผลให้รถไฟฟ้า 1 ขบวนที่กำลังเข้าสถานีเตาปูน ต้องหยุดก่อนเข้าสถานีเป็นระยะทางประมาณ 50 เมตร ประกอบกับมีผู้โดยสารติดอยู่ในขบวนรถเป็นจำนวนมาก  เมื่อศูนย์ควบคุมปฏิบัติการเดินรถ (Central Control Room: CCR) รับทราบเหตุและประเมินสถานการณ์แล้ว และคาดว่าว่าจะใช้เวลาแก้ไขเป็นเวลานานมากกว่า15นาที จึงได้มีคำสั่งอพยพผู้โดยสารลงรางเพื่อเดินทางเข้าสู่สถานีเตาปูน ซึ่งสถานการณ์ที่ซ้อมนั้นถือเป็นเหตุการณ์เสี่ยงในระดับ 2 (เหตุการณ์ขั้นรุนแรง) จากระดับ 0 - 3 ตามที่ระบุไว้ในคู่มือแผนเผชิญเหตุฯ  ซึ่งนอกเหนือจากวิธีดำเนินการแก้ไขตามคู่มือปฏิบัติของหน่วยงานผู้ให้บริการแล้ว จะต้องมีการรายงานสถานการณ์ทั้งในสภาวะที่เกิดเหตุจนกระทั่งกลับสู่สภาวะปกติไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กสทช. กรมประชาสัมพันธ์ จส.100 สวพ.91 เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนทราบต่อไป และรายงานต่อ ศปภ.คค. เพื่อพิจารณานำรายงานผู้บริหารและประสานงานหน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) (สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้โดยสาร) และกองบัญชาการตำรวจจราจร (อำนวยความสะดวกจราจร) ทั้งนี้ สำหรับเหตุการณ์เสี่ยงในระดับอื่นๆ ได้มีการกำหนดคำจำกัดความ รวมถึงโครงสร้างการประสานงานที่แตกต่างกันไป เพื่อให้หน่วยงานสามารถจัดการแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับระดับเหตุการณ์ ต่อไป 
                          
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฯ ดังกล่าว สืบเนื่องมาจากบันทึกความร่วมมือเพื่อเผชิญเหตุตามแผนบริหารความเสี่ยงและแผนเผชิญเหตุของระบบขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานในสังกัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวนทั้งสิ้น 13 หน่วยงาน ได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2559 ณ อาคารสโมสร กระทรวงคมนาคม เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาจากเหตุการณ์กรณีเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคของระบบขนส่งสาธารณะทางราง ตลอดจนประสานงานแก้ไขและบรรเทาเหตุการณ์อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยยึดแนวทางตามคู่มือแผนเผชิญเหตุฯ และกำหนดให้ผู้ประกอบการเดินรถไฟฟ้า MRT  BTS และ Airport Rail Link หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกซ้อมแผน   เผชิญเหตุฯ เป็นประจำทุก 4 เดือน ซึ่งครั้งนี้ได้จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 โดยกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ BEM ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า MRT สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ในความรับผิดชอบของ รฟม. เป็นเจ้าภาพจัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฯ และมีคณะผู้เข้าร่วมฝึกซ้อมจาก ฝ่ายรักษาความปลอดภัยและกู้ภัย รฟม. ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) สำนักงานรักษาความปลอดภัย (สปภ.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC) รวมถึงผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์จากหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 4