อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 ตุลาคม 2561

กระตุ้นขนส่งทางน้ำ หวังเพิ่มยอด-ลดต้นทุนโลจิสติกส์

กทท.จับมือ เอ็น พี มารีน กระตุ้นการขนส่งสินค้าทางน้ำ หวังเพิ่มปริมาณมากขึ้น และลดต้นทุนโลจิสติกส์ ศุกร์ที่ 26 มกราคม 2561 เวลา 15.46 น.

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่อาคารที่ทำการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารทรัพย์สินและพัฒนาธุรกิจ ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการ กทท. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับนายสุรชัย นิ่มนวล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ กรรมการ บริษัท เอ็น พีมารีน จำกัด เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการขนส่งสินค้าและตู้สินค้าทางน้ำภายในประเทศ โดยเรือโท กมลศักดิ์ กล่าวว่า กทท. จะส่งเสริมและสนับสนุนการขนส่งสินค้าและตู้สินค้าทางน้ำภายในประเทศของบริษัท เอ็น พี มารีน โดยจะครอบคลุมการให้บริการในเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือระนอง ท่าเรือสุราษฎร์ธานี และท่าเรือสงขลา รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูลความรู้ และเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการท่าเรือ งานปฏิบัติการท่าเรือ และโครงการพัฒนาต่างๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางน้ำให้ได้ปริมาณมากขึ้น ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนการขนส่งของประเทศ และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลตามโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ภาคการขนส่ง และโครงการส่งเสริมคาร์บอนฟุตพริ้นท์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย

ด้านนายสุรชัย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ภาครัฐทำงานใกล้ชิดภาคเอกชนมากขึ้น ในการขับเคลื่อนบูรณาการการขนส่งสินค้าทางน้ำอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบันไทยมีชายฝั่งทะเลยาวถึง 2,600 กม. มีจังหวัดติดชายทะเล 23 จังหวัด แต่พบว่าสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางชายฝั่งของไทยมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 6-8% เท่านั้นทั้งที่การขนส่งทางน้ำสามารถขนส่งสินค้าได้ครั้งละปริมาณมาก และมีต้นทุนต่ำ อยู่ที่ที่ประมาณ 0.65 บาทต่อตัน/กม. ขณะที่ต้นทุนการขนส่งสินค้าทางถนนอยู่ที่ 2.12 บาทต่อตัน/กม. ดังนั้นจึงเชื่อว่าว่าการขนส่งทางน้ำจะเป็นทางเลือกที่ดีในการขนส่งสินค้า เนื่องจากมีข้อดี ทั้งช่วยลดปริมาณการใข้น้ำมันเชื้อเพลิง ลดมลภาวะทางอากาศและช่วยลดอุบัติเหตุและการจราจรบนถนนได้ จึงมั่นใจว่าภายใน3ปีที่ร่วมมือกับ กทท.จะช่วยให้ภาพรวมการขนส่งสินค้าทางน้ำของประเทศชาติดีขึ้น โดยส่งเสริมการตลาดในการดึงผู้ประกอบการมาขนส่งสินค้าทางน้ำเพิ่มขึ้น อีกทั้งจะช่วยดึงให้การขนส่งสินค้าทางน้ำที่จะออกไปต่างประเทศทางปีนังมาที่แหลมฉบังมากขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าความร่วมมือนี้จะทำให้ยอดการขนส่งสินค้าทางน้ำของบริษัทเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 20% อย่างแน่นอน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 9