อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

รฟท. แจงจดหมายลาตาย "สล้าง" ค้านทางคู่ 1 เมตร

รฟท. แจงจดหมายลาตาย ”สล้าง” ค้านทางคู่ 1 เมตร รถไฟฟ้ายกระดับ ไม่กระทบการก่อสร้าง ทำตามนโยบายรัฐบาลพัฒนาประเทศ อาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 18.00 น.

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยกรณี พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อายุ 81 ปี เสียชีวิตจาการพลัดตกจากที่สูง ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่าน แจ้งวัฒนะ และพบกระดาษเขียนด้วยลายมือ กรณีให้ประชาชนช่วยกันคัดค้านโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ขนาด 1 เมตรว่า ไม่มีผลกระทบต่อการก่อสร้างรถไฟทางคู่เนื่องจากเป็นการก่อสร้างตามนโยบายรัฐบาล ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 58-65 แผนงานที่ 1 การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง หรือการพัฒนาระบบรถไฟทางเดี่ยวเป็นทางคู่ เพื่อเปลี่ยนโหมดคมนาคมขนส่งครั้งใหญ่จากจากบกเป็นทางราง

เนื่องจากระบบรางรถไฟที่มีอยู่ในปัจจุบันรวม 4,100 กม. เป็นรางเดี่ยวขนาด 1 เมตร จำเป็นต้องสร้างรางคู่หรือทางคู่ขนาด1 เมตรเพิ่ม เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม และเมียนมาก็มีขนาดราง 1 เมตรเหมือนกัน ส่วนกรณีรถไฟฟ้ายกระดับก็มีความจำเป็น แต่รฟท.ไม่ได้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามขอไปตีความกับผู้บริหาร รฟท. ถึงเจตนารมณ์ของจดหมายว่าต้องการสื่อความประสงค์อย่างไร



นายอานนท์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน รฟท. มีแผนผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ขนาด 1 เมตร  รวม 16  เส้นทาง แบ่งเป็นระยะแรก 7 เส้นทาง ได้แก่ 1.รถไฟทางคู่ ช่วง ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย  ระยะทาง 106 กม และ 2.ช่วงชุมทางจิระ-ขอนแก่น  187 กม . อยู่ระหว่างก่อสร้าง  ขณะที่เมื่อปลายปี 60 ที่ผ่านมา ได้ลงนามสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้างอีก 5 เส้นทาง   รวม   702  กม.  ได้แก่ 1. ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 136 กม. 2.ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 168 กม. 3.ช่วงนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 169 กม. 4.ช่วงลพบุรี- ปากน้ำโพ ระยะทาง 145 กม. และ5. ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 84 กม. อยู่ระหว่างก่อสร้าง

นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างทางคู่ระยะ (เฟส) ที่ 2 อีก 9 เส้นทาง รวมระยะทาง2,174 กม. ประกอบด้วย 1.ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ 326 กม. งบประมาณ 85,345 ล้านบาท 2.ช่วงบ้านไผ่-นครพนม 355กม. 67,965 ล้านบาท 3.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี 167 กม. 24,294 ล้านบาท 4.ช่วงสุราษฎร์ธานี-สงขลา  324 กม. 57,375 ล้านบาท  5.ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์  45 กม. 8,120 ล้านบาท 6.ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย  285 กม. 62,883 ล้านบาท 7.ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ 189 กม. 56,837 ล้านบาท 8.ช่วงขอนแก่น-หนองคาย 174 กม. 26,663 ล้านบาท  และ 9.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี 309 กม. 37,527 ล้านบาท



ผู้สื่อข่ารายงานว่า ส่วนกรณีการก่อสร้างรถไฟยกระดับนั้น   ปัจจุบันกระทรวงคมนาคม มีแผนเร่งรัดผลักดันโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลากสีในกรุงเทพฯ และปริมณฑล  10 สายทางระยะทาง 464 กม. อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 8สายทาง ประกอบด้วย สายสีเขียวเข้ม ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต สายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-รังสิต สายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ สายสีแดงอ่อนช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี สายสีเหลืง ลาดพร้าว-สำโรง และสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ปี 6

ส่วนอีก 2 เส้นทาง ได้แก่ สายสีส้มตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน และ สายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ อยู่ระหว่างดำเนินการ นอกจากนี้ยังสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม)   22 กม. ที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กำลังศึกษาความเหมาะสมและเตรียมบรรจุในแผนแม่บทรถไฟฟ้าในระยะแรก เพิ่มอีก 1 สาย รวมเป็น 11 สาย  ระยะทาง 486 กม. จะทำให้กรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นมหานครระบบราง ในอนาคตจะช่วยแก้ปัญหารถติดเนื่องจากคาดว่าจะมีผู้ใช้รถไฟฟ้าวันละกว่า 5 ล้านคนจากปัจจุบันเส้นทางไม่คลองคลุมเพียง 100 กว่า กม. ผู้ใช้บริการทั้งระบบประมาณล้านกว่าคนจะช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลง และแก้ไขปัญหารถติดที่กรุงเทพฯ ติดอันดับโลก

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น