อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

บูม"นครพนม"เป็นฮับโลจิสติกส์อีสาน

บูมนครพนม เป็นฮับโลจิสติกส์อีสาน ลดต้นทุนขนส่งลง40 % เมื่อเทียบกับขนทางท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านท่าเรือในจ.ฮาติงห์ เวียดนามส่งสินค้าไปสปป.ลาว เวียดนาม เวียดนามสินค้าถึงจัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ได้เร็วกว่า พุธที่ 14 มีนาคม 2561 เวลา 10.59 น.


นายวัชรินทร์ เจียวิริยะบุญญา  ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่าปัจจุบันตัวเลขการค้าชายแดนภาคอีสานนั้นมีมูลค่ามากกว่า 3 แสนล้านบาทนับว่าเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ จ.นครพนมที่มีศักยภาพพัฒนาเป็นฮับการขนส่งสินค้าภาคอีสานเชื่อมการค้าอินโดจีนและเอเซีย ผ่านเส้นทางการขนส่งสาย R12 จากด่านชายแดนนครพนมไปเชื่อมกับท่าเรือน้ำลึกหวุ่งอ่างในจ.ฮาติงห์ประเทศเวียดนาม เพื่อขนส่งสินค้าไปยังประเทศจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ควบคู่ไปกับการกระจายสินค้าทางบกสู่ สปป.ลาวและเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันมีประชากรเกือบ 100 ล้านคน 

นายวัชรินทร์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากเส้นทางการขนส่งสินค้าดังกล่าวนั้นจะทำให้ผู้ประกอบการทั้ง 19 จังหวัดของภาคอีสานลดต้นทุนการขนส่งสินค้าลง 40% เพราะระยะทางจากนครพนมถึงท่าเรือน้ำลึกหวุ่งอ่างอยู่ที่ 280 กม. เมื่อเปรียบเทียบกับระยะทางขนส่งสินค้าไปท่าเรือแหลมฉบังมีระยะทางมากกว่า 700 กม. อีกทั้งเส้นทางการเดินเรือจากท่าเรือหวุ่งอ่างยังมีระยะทางที่ใกล้กว่าท่าเรือแหลมฉบังมาก สำหรับต้นทุนในการขนส่งสินค้าจากภาคอีสานไปท่าเรือแหลมฉบังอยู่ที่ 30,000 บาทต่อตู้คอนเทนเนอร์ ขณะที่ต้นทุนไปท่าเรือหวุ่งอ่างอยู่ที่ 15,000-20,000 บาทต่อตู้คอนเทนเนอร์โดยจะใช้เวลาขนส่งสินค้าทางเรือจากท่าเรือหวุ่งอ่างไปยังเมืองหนานหนิงของจีนเพียง 1 วัน ขณะนี้เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางพัฒนาการขนส่งสินค้าที่ในท่าเรือหวุ่งอ่าง ซึ่งเอกชนมีความพร้อมจะขอท่าเทียบเรือเพื่อขนส่งสินค้าต่อไป



นายวัชรินทร์  กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการต้องการลดต้นทุนขนส่งด้วยระยะทางสั้นมากที่สุด ซึ่งในอนาคตชายแดนนครพนมจะมีการพัฒนาสถานีขนส่งและกระจายสินค้าขนาดใหญ่พร้อมการต่อเชื่อมรางรถไฟทางคู่ เส้นทางบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม เข้ามายังสถานีขนส่งสินค้าอีกด้วย ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่จะใช้ท่าเรือหวุ่งอ่างเนื่องจากจ.ฮาติงห์อยู่ระหว่างการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่จะมีการลงทุนไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาทโดยจะมีประชากรเข้ามาอยู่ในพื้นที่ราว 5 ล้านคน ปัจจุบันมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่อย่างบริษัทฟอร์มูซ่ากรุ๊ปจำกัด เข้ามาเปิดโรงงานถลุงเหล็กกำลังผลิต 500 ล้านตันมีคนงาน 1 แสนคน นอกจากนี้ยังมีโรงงานไฟฟ้าถ่านหินกำลังผลิต 1,600 เมกะวัตต์และจะเพิ่มกำลังผลิตเป็น 6,000 เมกะวัตต์ในอนาคต โดยปัจจุบันมีเอกชนรายใหญ่ของไทยอย่างบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) เข้ามาลงทุนโรงงานผลิตปูนแล้วบนเส้นทาง R12 ในพื้นที่เมืองมะหาไซ แขวงคำม่วน สปป.ลาว โดยสินค้าของไทยถือว่ามีศักยภาพเป็นแต้มต่อในเวียดนามอีกทั้งจีนยังเต็มใจบริโภคอีกด้วย


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 117