อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

สหรัฐป่วนโลก! กดดันตลาดหุ้นไทยผันผวน

ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวแดนลบ หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯดิ่ง 171.58 จุด เหตุ"ทรัมป์"ปลดรมว.ต่างประเทศ  เล็งเรียกเก็บภาษีจากจีนเพิ่มทำให้ตลาดกังวลสงครามการค้ารอบใหม่ โบรกมั่นใจเศรษฐกิจไทยแกร่ง แนะนำหุ้นรายตัว RS- BANPU- EA-ORI-PTT พุธที่ 14 มีนาคม 2561 เวลา 11.14 น.


นายเจริญ  เอี่ยมพัฒนธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์  บล.เคทีซีมิโก้ เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยเช้านี้เคลื่อนไหวผันผวนลักษณะไซด์เวย์ เนื่่องจากตลาดต่างประเทศไม่ได้สดใส โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง 171.58 จุด หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีประกาศปลดนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ   ประกอบกับการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯเมื่อวานนี้ขยับขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนก.พ.เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของตลาด จึงประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดอาจจะไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่ต้องรอดูผลการประชุมวันที่ 20-21 มี.ค.นี้ก่อนว่าจะส่งสัญญาณอย่างไรบ้าง 

สำหรับตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ปรับขึ้นมาแรงวันนี้อาจก็อาจมีการเทขายทำกำไรในระยะสั้น แต่ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังดีต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจไทยยังดีและมองตลาดน่าจะเป็นช่วงขาขึ้น ขณะที่การเมืองก็มีความชัดเจนแล้ว  และเชื่อว่าต่างชาติจะกลับมาซื้อหุ้นไทย โดยในช่วงนี้อาจเป็นแรงซื้อจากในประเทศที่ช่วยพยุงตลาด  ซึ่งแนะนำหุ้นรายตัว เช่น  RS, BANPU, EA,ORI,PTT  มองแนวรับที่ 1,808 จุด และแนวรับต่อไปที่ 1,793 จุด แนวต้านที่ 1,824 จุด 

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับฐาน หลังจากที่ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลงมากเมื่อคืนนี้ หลังจากที่ทรัมป์ มีแผนที่จะออกมาตรการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเป็นวงเงินสูงถึง 6 0,000 ล้านดอลลาร์  สำหรับสินค้าด้านเทคโนโลยีและการสื่อสารในสัปดาห์หน้า ซึ่งกรณีนี้ทำให้ตลาดกลับมาวิตกเรื่องสงครามการค้ารอบใหม่

สำหรับในส่วนของประเทศไทย อาจจะได้รับผลกระทบต่อความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในไทยที่จะชะลอตัวลง เนื่องจากปัจจุบันไทยมีการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางส่วนไปประกอบที่จีน และจีนเป็นผู้ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ซึ่งอาจจะกระทบต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้ ส่วนการปลดรมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯ ทำให้ตลาดอาจไม่มั่นใจต่อนโยบายด้านต่างประเทศของสหรัฐฯว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ด้วย 

 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 80