อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เปิดตัว"คู่มือเผือก"ป้องกันลวนลามบนรถเมล์

 เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง บุกกระทรวงคมนาคม ยื่น “คู่มือเผือก” ใช้เป็นต้นแบบอบรมพนักงานขนส่งสาธารณะ หลังพบรถโดยสารสาธารณะเกิดเหตุคุกคามทางเพศมากสุด พุธที่ 14 มีนาคม 2561 เวลา 15.59 น.

  
เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่กระทรวงคมนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และองค์กรภาคีเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง เข้าพบนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เพื่อส่งมอบ “คู่มือเผือก” ซึ่งเป็นคู่มือต้นแบบการอบรมพนักงานขนส่งสาธารณะ เพื่อให้พนักงานในระบบขนส่งมวลชนสามารถรับมือ และช่วยเหลือหากเห็นการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นกับผู้โดยสาร พร้อมทั้งนำตุ๊กตาเปเปอร์เมเช่ "พลังเผือก" สัญลักษณ์ของผู้ที่ถูกคุกคามทางเพศบนรถสาธารณะมาแสดงในเชิงสัญลักษณ์ และเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคม ป้องกัน และหยุดปัญหาการคุกคามที่เกิดขึ้นด้วย

น.ส.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า จากรายงานผลการสำรวจสถานการณ์การคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะในเขตกรุงเทพมหานคร ปี 60 โดยเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจทุกเพศยอมรับว่าเคยถูกคุกคามทางเพศ ขณะใช้บริการขนส่งสาธารณะถึง 35 %โดยในจำนวนนี้เป็นเพศหญิง 45% ซึ่งพฤติกรรมการคุกคามทางเพศที่พบบ่อย 5 อันดับแรก คือ ลวนลามด้วยสายตา 18.8 % แต๊ะอั๋ง ถูกเนื้อต้องตัว ลูบคลำ  15.4 % ผิวปากแซว 13.9 % พูดแซว พูดแทะโลม พูดเกี้ยวพาราสี 13.1 % และพูดลามก เรื่องเพศ หรือ ด่าทอด้วยถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องเพศ 11.7 % โดยประเภทขนส่งสาธารณะที่เกิดเหตุการณ์คุกคามทางเพศบ่อยที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ รถโดยสารประจำทาง 50% มอเตอร์ไซค์รับจ้าง 11.4% แท็กซี่ 10.9 % รถตู้  9.8% และรถไฟฟ้า 9.6%



น.ส.วราภรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเนื้อหาใน “คู่มือเผือก” นั้น จะเป็นแนวทางการจัดการสถานการณ์การคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้พนักงานที่ให้บริการคอยสอดส่อง และสังเกตลักษณะท่าทางของผู้โดยสาร หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ เช่น ผู้โดยสารมีสีหน้าอึดอัด ไม่พอใจ หรือ แสดงท่าทีว่าต้องการความช่วยเหลือ หรือ พบเห็นผู้โดยสารที่มีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นการคุกคามทางเพศต่อผู้โดยสารอื่น เช่น จ้องมองอย่างผิดปกติ ยืนเบียดชิดผู้โดยสารอื่นเกินความจำเป็น หรือ ใช้อุปกรณ์สื่อสารส่องไปยังบุคคลอื่น โดยพนักงานควรมีวิธีการในการจัดการกับสถานการณ์นั้นๆ เช่น การส่งเสียงเตือน ในลักษณะที่ไม่ระบุเจาะจงตัวผู้กระทำการคุกคาม เพื่อเตือนให้ผู้ถูกคุกคามระมัดระวังตัว หากยังไม่หยุดพฤติกรรม พนักงานควรแจ้งให้พนักงานขับรถหยุดรถ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป เป็นต้น

น.ส.วราภรณ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุด คือ นโยบายที่ชัดเจนในเรื่องของการป้องกัน หรือไม่ให้เกิดการคุกคามทางเพศ บนรถสาธารณะทั้งหมดภายใต้การกำกับของกระทรวงคมนาคม ซึ่งหากจะทำเรื่องนี้ให้ได้ผลนั้น ภาครัฐต้องมีมาตรการหลายๆอย่างออกมา โดยที่ผ่านมาเครือข่ายฯได้เสนอให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด เพราะอย่างน้อยจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะมอนิเตอร์ ตรวจสอบดูแลว่ามีการคุกคามทางเพศเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะมีกรณีที่เหยื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐาน

ด้านนายอาคม กล่าวว่า ตนไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาการคุกคามบนรถโดยสารสาธารณะ ถือเป็นอันตรายทั้งทรัพย์สิน และบุคคล ซึ่งตนจะสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกโหมดการเดินทาง ร่วมมือ และเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ เพื่อป้องกันการคุกคามทางเพศให้มากขึ้น พร้อมทั้งจะนำคู่มือเผือกที่ได้รับครั้งนี้ไปขยายผลในทุกระบบขนส่งสาธารณะต่อไป.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 7