อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

"ระยอง" ลุยศึกษาระบบขนส่งมวลชนรับไฮสปีดเทรนด์-ทางคู่

"ระยอง" ลุยศึกษาระบบขนส่งมวลชน รองรับรถไฟความเร็วสูง-ทางคู่ หวังเป็นศูนย์กลางอาเซียน ดันเศรษฐกิจโตกระฉูด คาดสร้างรายได้ 10% ของจีดีพีภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ด้านนักลงทุนต่างชาติจ่อรุมชิงเค้กร่วมลงทุน ศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2561 เวลา 06.10 น.

เรือโทศตวรรษ อนันตกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดภายหลังเป็นประธานเปิดงานการประชุมสัมมนาและรับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมและการขนส่งเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจใน จ.ระยอง เพื่อรองรับการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง และรถไฟทางคู่รองรับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)ว่า การพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมและการขนส่งภายใน จ.ระยอง ถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากตลอดหลายปีที่ผ่านมา ระยองได้เติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ระบบขนส่งต่างๆ กลับได้รับการพัฒนาช้ากว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้ประชาชนชาวระยอง ได้รับผลกระทบด้านการขนส่งและการจราจร รวมทั้งปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนและการสูญเสียทางเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกเป็นปริมาณมาก

ด้านนายมนตรี ชนะชัยวิบูลวัฒน์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง กล่าวว่า ขณะนี้ระยองอยู่ระหว่างการว่าจ้างสถาบันการศึกษาของจังหวัดระยอง เพื่อศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในระบบขนส่งมวลชนจ.ระยอง ทั้งในเส้นทางหลัก และเส้นทางรองในหลายรูปแบบ อาทิ รถประจำทางบีอาร์ที รถไฟรางเบา (แทรม) รถไฟรางเดี่ยว(โมโนเรล) รวมถึงรถไฟฟ้าด่วนพิเศษ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมต่างๆ และการขนส่งในภูมิภาคอาเซียนด้วย



นายมนตรี กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จากนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่อีอีซีที่มีหลายโครงการสำคัญในพื้นที่จ.ระยองประกอบด้วย โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นเมืองการบินภาคตะวันออก โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการรถไฟทางคู่เชื่อม 3 ท่าเรือ โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 และโครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 นั้น ระยองอยู่ระหว่างการเตรียมบุคลากร เพื่อรองรับอุตสาหกรรมต่างๆ ของโครงการ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยได้ประสานงานกับมหาวิทยาลัยของประเทศจีน 5 แห่ง ในการผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรมระบบราง รองรับการก่อสร้างและการซ่อมบำรุง ของโครงการรถไฟความเร็วสูง และรถไฟทางคู่ด้วย ตอนนี้รัฐบาล โดยสำนักงานอีอีซี อยู่ระหว่างการทำการตลาด เพื่อเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติมาร่วมลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งล่าสุดพบว่ามีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจมาร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก ทั้งยุโรป อเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย

นายมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ อีอีซีนั้น จะช่วยสร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของพื้นที่และประเทศเติบโตอย่างมหาศาล โดยในปัจจุบัน จังหวัดระยองสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยกว่า 7% ของจีดีพี อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าภายใน 3-5 ปีข้างหน้านี้ จังหวัดระยอง จะสร้างรายได้ถึง 10% ของจีดีพี โดยอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะเป็นด้านของปิโตรเคมี และเชื่อว่าอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างจะเติบโตตามด้วย จากการที่ตนได้หารือร่วมกับหอการค้าจังหวัดระยอง และสมาคมอสังหาริมทรัพย์นั้น ตนได้ให้คำแนะนำให้ดำเนินการตามมติของคณะกรรมร่วมภาครัฐและเอกชนจังหวัดระยอง (กรอ.) จังหวัดระยอง ได้ตั้งศูนย์ประสานงานอีอีซีแห่งแรก และช่วยตรวจสอบโครงการต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร หรือกระทบประชาชนหรือไม่ 

ด้านรายงานข่าวจาก จ.ระยอง ระบุว่า โครงการดังกล่าว มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้ดำเนินการศึกษา โดยได้รับทุนอุดหนุนวิจัยด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ประจำปี 61 จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

บอกต่อ : 22