อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ไทยพาณิชย์ประกาศจ่ายปันผล 2กองทุน472ล้าน

บลจ.ไทยพาณิชย์มองหุ้นไปต่อชี้เศรษฐกิจไทยยังแกร่ง เตือนความผันผวนจากปัจจัยตปท. ทั้งนโยบายการค้าสหรัฐฯ-จีน เฟดขึ้นดอกเบี้ย พร้อมเตรียมวงเงิน 472 ล้านบาท จ่ายปันผลกองทุน SCBDV- SCBSE 18พ.ค.นี้  พฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2561 เวลา 15.36 น.

นายณรงค์ศักดิ์  ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน  บลจ. ไทยพาณิชย์  เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมจ่ายปันผลกองหุ้นไทยพร้อมกัน 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นทุนปันผล (SCBDV) สำหรับการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 พ.ค.60 - วันที่ 30 เม.ย. 61 ในอัตราจ่ายปันผล 0.8000 บาทต่อหน่วย และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ซีเล็คท์ อิควิตี้ ฟันด์ (SCBSE) สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 60 - วันที่ 30 เม.ย. 61 ในอัตรา 0.1500 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่าประมาณ 472 ล้านบาท ให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 18 พ.ค.นี้ 

ทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวถือเป็นกองทุนดาวเด่นที่สร้างผลงานมาอย่างต่อเนื่องโดยกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นทุนปันผล (SCBDV) นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 46 รวมจ่ายเงินปันผลแล้วเป็นจำนวน 17.77 บาทต่อหน่วย โดย 1 ปีที่ผ่านมามีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 21.89% สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานดัชนี SET TRI ซึ่งอยู่ที่ 18.30% (ที่มา :SCBAM ข้อมูล ณ วันที่ 14 พ.ค.561) กองทุนนี้มีนโยบายเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีนโยบายหรือมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ

ขณะที่กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ซีเล็คท์ อิควิตี้ ฟันด์ (SCBSE) นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 54 รวมจ่ายเงินปันผลแล้วเป็นจำนวน 6.96 บาทต่อหน่วย โดย1 ปีที่ผ่านมาสามารถสร้างผลการดำเนินงานอยู่ในระดับที่น่าพอใจคือ 26.15% สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานดัชนี SET TRI ซึ่งอยู่ที่ 18.30% (ที่มา : SCBAM ข้อมูล ณ วันที่ 14  พ.ค. 61) เป็นกองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนด้วยวิธี  Active Approach คือ จะคัดเลือกลงทุนในรายหุ้นที่น่าสนใจลงทุนมากที่สุดและสอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนในขณะนั้น  โดยจะใส่น้ำหนักการลงทุนมากน้อยตามความน่าสนใจของหุ้นนั้นๆ ซึ่งกองทุนจะลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30 ตัวในแต่ละขณะ จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงในระดับสูงได้ อีกทั้งยังเป็นกองทุน 5 ดาวจากมอร์นิ่งสตาร์อีกด้วย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 61)

สำหรับภาพรวมการลงทุนตลาดหุ้นไทยว่า  ไปต่อได้ จากปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจภายในประเทศ ตัวเลขการลงทุนภาครัฐที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกมีความความชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งการบริโภคภาคเอกชนก็มีแนวโน้มที่ฟื้นตัวขึ้นตามราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ราคาน้ำมันที่คาดว่าจะยืนอยู่ในระดับสูงซึ่งจะส่งผลบวกต่อกลุ่มพลังงานและกลุ่มปิโตรเคมี
ด้านกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นไทยนั้น กองทุนจะเน้นเลือกหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากความไม่ชัดเจนด้านนโยบายภาครัฐ  เช่น  กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่ได้รับผลบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นในระดับสูง กลุ่มพาณิชย์ที่ได้รับผลบวกจากการบริโภคภาคเอกชนที่เริ่มฟื้นตัว รวมถึงหุ้นที่จะจ่ายปันผลในฤดูกาลปันผลด้วย

อย่างไรก็ตาม  ตลาดหุ้นมีความผันผวนมากขึ้นทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งความไม่แน่นอนจากทางนโยบายการค้าระหว่างประเทศระหว่างสหรัฐอเมริกา - จีน  การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อเงินทุนต่างชาติที่เริ่มไหลออกจากกลุ่มประเทศเกิดใหม่กลับเข้าสหรัฐฯ ประกอบกับความไม่ชัดเจนในนโยบายภาครัฐที่จะส่งผลกระทบต่อหุ้นในบางกลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งจะทำให้หุ้นปรับตัวลงบ้างเป็นระยะๆ ตามข่าวที่เกิดขึ้น.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 6