อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 ธันวาคม 2564

มีพื้นที่แล้วสนามบินแห่งที่ 2 "เชียงใหม่-ภูเก็ต"

บอร์ด ทอท.อนุมัติในหลักการสร้างสนามบินแห่งที่2 เชียงใหม่ ภูเก็ต วงเงินลงทุน 1.26 แสนล้านบาท เลือกพื้นที่ลำพูน และพังงาเพราะห่างจากสนามบินเดิมประมาณ30 กม. พฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม 2561 เวลา 19.02 น.



นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท. เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติหลักการเพื่อลงทุนในการดำเนินการสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ของสนามบินเชียงใหม่ และสนามบินภูเก็ต (ปี61-66)ในวงเงินลงทุนรวม 1.26 แสนล้านบาท ตามผลการศึกษาของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เห็นว่าพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 อยู่ที่ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน ส่วนพื้นที่ที่เหมาะสมในการสร้างสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 อยู่ที่ อ.โคกกลอย จ.พังงา ซึ่งพื้นที่ทั้งสองแห่งมีระยะทางห่างจากสนามบินเดิมประมาณ 20-30 กิโลเมตร(กม.)

นายนิตินัย กล่าวต่อว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ฝ่ายบริหาร ทอท. จะเปิดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบ และนำแผนการลงทุนเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาภายในสิ้นปี 61 ซึ่งตามแผน ทอท. จะดำเนินการก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ทั้งสองแห่งตั้งแต่ปี 62-66 และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกินปี 68 โดยทั้ง 2 แห่งจะใช้รองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศด้วย ทั้งนี้แต่ละแห่งจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้แห่งละ 10 ล้านคนต่อปี อย่างไรก็ตามแม้ว่าการลงทุนดังกล่าวจะใช้งบประมาณลงทุนค่อนข้างสูง แต่ยืนยันว่าไม่กระทบต่อสภาพคล่องของ ทอท. ซึ่งปัจจุบัน ทอท. มีเงินสดในมือกว่า 62,000 ล้านบาท และมีเงินสดที่เป็นกำไรยังไม่หักค่าเสื่อมอีกปีละกว่า 30,000 ล้านบาท



นายนิตินัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติให้จัดตั้งบริษัทลูก โดยมี ทอท.ถือหุ้นใหญ่ เพื่อดำเนินงานเกี่ยวกับศูนย์ตรวจรับรองสินค้าเพื่อการส่งออก ให้ได้ตามมาตรฐานของยุโรป โดยสาเหตุที่ต้องตั้งบริษัทลูกขึ้นมานั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางผู้ประกอบการขนส่งสินค้าประสบปัญหากับการส่งออกที่เมื่อส่งสินค้าไปยังไปปลายทางแล้วถูกตีกลับ เพราะสินค้าไม่ได้มาตรฐาน เน่าเสีย ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุน และขาดทุน อย่างไรก็ตามการตั้งบริษัทลูกครั้งนี้ นอกจากจะทำให้สามารถระบายสินค้าของผู้ส่งออกไปยังประเทศที่สองและที่สามได้มากขึ้นแล้ว ยังทำให้ ทอท. มีรายได้จากการดำเนินการที่ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่การบินมากขึ้นด้วย ซึ่งปัจจุบันคาร์โก้ที่สนามบินสุวรรณภูมิใหญ่เป็นอันดับที่ 19 ของโลก

นายนิตินัย กล่าวด้วยว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ทางฝ่ายบริหารจะไปศึกษา และกำหนดสัดส่วนของผู้ถือหุ้นว่า ควรดำเนินการ 100% หรือมีผู้ถือหุ้นอื่นๆด้วย คาดว่าจะได้ข้อสรุป และเริ่มดำเนินการจัดตั้งบริษัทได้ในปี 61 ซึ่งเป้าหมายนอกจากจะเป็นศูนย์ตรวจสอบสินค้าและกระจายสินค้าเน่าเสียเพื่อการส่งออกแล้ว ไปยังทวีปยุโรปแล้วทาง ทอท. จะทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้านรอบประเทศไทยด้วย ทั้งเมียนมา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ก่อนที่สินค้าจากกลุ่มประเทศเหล่านี้จะออกไปยังยุโรป หรือประเทศที่สาม. 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 73