อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

"สบู่การอง"สยายปีกตลาดซีแอลเอ็มวี

"สบู่การอง"เล็งขยายฐานตลาดส่งออกไปยังกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีในปีนี้ ชี้ตลาดยังเติบโตสูง เน้นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติทั้งสมุนไพร-ผลไม้  วางแผนเจาะลูกค้ากลุ่มวัยทำงานเพิ่ม อาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2561 เวลา 17.14 น.


นายนิพนธ์ วชิรสิทธิเสถียร  กรรมการผู้จัดการ บริษัท การอง มาร์เก็ตติ้ง  เปิดเผยว่า  แผนการตลาดในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้าจะเน้นทำตลาดเองในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี  ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และ เวียดนาม  จากปัจจุบันจะมีตัวแทนจำหน่ายในประเทศดังกล่าว  เนื่องจากเห็นว่าตลาดมีอัตราการขยายตัวต่อเนื่องและรัฐบาลมีการสนับสนุนการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการ จากนั้นก็จะขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศเอเชีย  และประเทศอื่นที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ปัจจุบันกำลังการผลิตสบู่เฉลี่ยเดือนละ  2-3 ล้านก้อน   แบ่งเป็นการขายในประเทศ 60%  และส่งออก 40%   ซึ่งนอกจากจะทำตลาดสินค้าเองแล้ว บริษัทยังรับจ้างผลิต(โออีเอ็ม) หรือผลิตสินค้าให้กับบุคคลทั่วไปที่ต้องการมีแบรนด์เป็นของตนเอง หรือบางรายรับสินค้าของบริษัทไปจำหน่ายต่อยังต่างประเทศ ล่าสุดมีคำสั่งซื้อสินค้าเพื่อไปจำหน่ายที่ แอฟริกา  โดยเฉพาะสบู่ส้มและมะละกอ เพราะผลิตภัณฑ์ของบริษัทผลิตจากสมุนไพรธรรมชาติจึงเป็นที่นิยมของคนรักสุขภาพ เบื้องต้นจะส่งออกไปประมาณ 50,000 ก้อนในเดือนส.ค.นี้  



นอกจากนี้มีแผนที่จะขยายฐานกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มวัยทำงานมากขึ้น โดยกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่คาดว่าจะออกสู่ตลาดในเร็ว ๆ นี้ จากปกติที่ผลิตภัณฑ์จะเน้นคนที่มีอายุ 40-50 ปีขึ้นไปที่รักสุขภาพ  อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองด้านคุณภาพจากอย.  ได้มาตรฐานจีเอ็มพี และเครื่องหมายฮาลาล  ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ขายดีและป็นที่นิยมของคนไทยจะเป็น สบู่ส้ม ทับทิม มะละกอ สบู่น้ำนมข้าวและมะเฟือง   ส่วนที่คนจีนนิยม เช่น  สบู่รังนกนมข้าว   รังนกผสมน้ำผึ้ง และรังนกผสมทองคำ เป็นต้น 

ทั้งนี้ปัจจุบันมีสินค้าภายใต้แบรนด์การองกว่า 50 รายการ   ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมสมุนไพร และผลไม้ธรรมชาติ   เช่น มะเฟือง  มะละกอ ส้ม องุ่น  ทับทิม  เป็นต้น  ส่วนช่องทางจำหน่ายขณะนี้ขายผ่านร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น   ท็อปซูเปอร์มาร์เก็ต  รวมถึงการขยายช่องทางการขายผ่านออน ไลน์เพิ่มขึ้น   ส่วนปีนี้คาดว่าจะเติบโต 30% จากปีก่อน 25%  
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 123