อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

พาณิชย์ปูพรมผ้าไหมสู่ยุคไทยแลนด์4.0 

พาณิชย์ขานรับนโยบายรัฐยกระดับรายได้ฐานราก ลุยตลาดผ้าไหมไทยนำร่องอีสาน เล็งเปิดเส้นทางสายไหมใยฝ้ายหวังส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น พฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม 2561 เวลา 17.15 น.

นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ดำเนินกิจกรรมยกระดับการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับฐานรากแบบเจาะลึกในแต่ละพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่นให้กลายมาเป็นธุรกิจที่สืบทอดยั่งยืน  ด้วยการให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีงานทำ ยกระดับรายได้ให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยจะเริ่มต้นนำร่องพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจผ้าไหมไทยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นลำดับแรก เพราะเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมขนาดใหญ่ของประเทศไทย  ก่อนขยายไปสู่ภาคอื่น ๆ ต่อไป  

สำหรับแผนงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะ 1 กิจกรรมบ่มเพาะเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างองค์ความรู้และเทคนิคการขยายโอกาสทางการตลาดยุคไทยแลนด์ 4.0 กำหนดจัดกิจกรรมในวันที่ 13 ก.ค. ณ โรงแรมอวานีขอนแก่นโฮเทล จ.ขอนแก่น เป็นการปูทางความรู้ให้กับผู้ประกอบธุรกิจผ้าไหมไทยได้เข้าใจถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้โดนใจผู้บริโภคในยุคปัจจุบันควบคู่ไปกับการผสมผสานภูมิปัญญาของท้องถิ่น และใช้ช่องทาง Social Marketing มาช่วยในการจำหน่ายสินค้าให้ไปถึงผู้บริโภคได้โดยตรง 

ระยะ 2  เป็นการสร้างโอกาสทางการตลาด โดยจะคัดเลือกผู้ประกอบธุรกิจผ้าไหมที่ผ่านการอบรมข้างต้น และมีผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพพร้อมจะเข้าสู่ตลาด รวมทั้งการเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งกรมฯ จะคัดเลือกผู้ประกอบธุรกิจฯ จำนวนไม่น้อยกว่า 70 ราย จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ร่วมกับงานมหกรรมจำหน่ายสินค้า “MOC Biz Club Expo 2018” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29  ก.ค.นี้ ที่อิมแพค เมืองทองธานี    

ะยะที่ 3 คือสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจผ้าไหม  โดยจะมีเส้นทางท่องเที่ยวภายใต้ชื่อ “เส้นทางสายไหม ใยฝ้าย” กำหนดจัดช่วงเดือนส.ค.นี้ ซึ่งจะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าทอ ผู้ประกอบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทย (Trader/Buyer) นิตยสารแฟชั่น นิตยสารท่องเที่ยว และสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชม  แหล่งผลิตผ้าไหมไทยในพื้นที่ภาคอีสานจำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา และชัยภูมิ เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค รวมถึงเครือข่ายที่จะช่วยเป็นกระบอกเสียง สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ถึงเอกลักษณ์ของผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านช่องทางการตลาดแบบออฟไลน์และออนไลน์ ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ลงสู่ท้องถิ่น ซึ่งกลไกของเศรษฐกิจฐานรากก็จะถูกขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาจากเดิมเป็นเพียงผู้ผลิตและผู้ขายสินค้าให้กลายเป็นธุรกิจที่เลี้ยงชีพได้ยั่งยืน
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 7