อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

ทอท.พัฒนาแอพลิเคชั่นใช้ในสนามบิน

ทอท.ลงทุน 400 ล้านบาท จัดทำดิจิทัลแพลตฟอร์ม ผ่านแอพพลิเคชั่น เชื่อมโยงข้อมูลทั้ง 16 สนามบิน ใน 9ประเทศทั่วโลก พฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม 2561 เวลา 18.26 น.



เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอนด์ บางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคมกล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดงานการประชุมเชิงอภิปราย AOT SisterAirport CEO Forum 2018 จัดโดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)หรือ ทอท. ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นฮับการบินของภูมิภาค จึงเป็นหนึ่งในภารกิจที่กระทรวงคมนาคมต้องเร่งลงทุนขยายและพัฒนาสนามบินรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว  ซึ่งจากข้อมูลขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติพบว่า ปี 60 นักท่องที่เดินทางทั่วโลกอยู่ที่ 1,300 ล้านคน สูงขึ้น 7% จากปี 59ถือว่าเติบโตสูงสุดในรอบ 7 ปี คาดว่าปี 61 จะเพิ่มขึ้น 4-5%โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้น 5-6% ซึ่งจีน และอินเดียจะเป็นตัวอย่างการเติบโตที่เห็นได้ชัด

 นายไพรินทร์ กล่าวต่อว่าช่วงปี 61-64จะเห็นมูลค่าการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 33 ล้านล้านบาท  ซึ่ง 40%เป็นการลงทุนในเอเชียแปซิฟิก ขณะเดียวกันในปี 73 มูลค่าการลงทุนฯทั่วโลกจะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 66 ล้านล้านบาทการพัฒนาสนามบินนั้น เทคโนโลยีถือว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างนวัตกรรม เพื่อปรับปรุงการบริการต่างๆเช่น การนำระบบปัญญาประดิษฐ์(AI : Artificial Intelligent) หรือหุ่นยนต์เข้ามาใช้ภายในสนามบิน ตั้งแต่การขนกระเป๋าสัมภาระ งานทำความสะอาดและงานรักษาความปลอดภัย เป็นต้น

ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.กล่าวว่า ทอท.ลงทุน 300-400 ล้านบาท จัดทำดิจิทัลแพลตฟอร์ม ภายใต้แนวคิด 4.0ด้วยการนำเทคโนโลยีมายกระดับการให้บริการต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นที่ทอท.จะสร้างขึ้น เพื่อให้ผู้มาใช้บริการสนามบินได้รับความสะดวกมากที่สุดทั้งนี้ในอนาคตแอพดังกล่าวจะเชื่อมโยงข้อมูลทั้ง 16 สนามบิน ใน 9ประเทศทั่วโลกที่อยู่ในโครงการข้อตกลงความร่วมมือระหว่างท่าอากาศยาน ( SisterAirport )ด้วย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมัน จีน เมียนมาเวียดนาม ลาว เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเบลเยี่ยม

 นายนิตินัย กล่าวต่อว่า สำหรับแอพฯ นี้มีความพิเศษมากมาย เช่นเมื่อผู้โดยสารขาเข้ามาถึงสนามบินเพียงกดแอพจะทราบทันทีว่ารับกระเป๋าที่สายพานใดหากจะเข้าห้องน้ำเพียงแค่กดแอพก็จะทราบห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดคนใช้บริการเต็มหรือไม่นอกจากนี้ยังสามารถจองแท็กซี่ล่วงหน้าได้ด้วย แม้จะอยู่ที่กรุงเทพฯแต่ก็สามารถจองแท็กซี่ที่มิวนิก ประเทศเยอรมันได้ขณะเดียวกันยังจองที่จอดรถสนามบินได้ด้วยแม้ตัวเองยังอยู่ที่บ้าน เป็นต้นคาดว่าจะเริ่มให้บริการแอพฯนี้ได้ในไตรมาส 1 ปี 62 ในสนามบินสุวรรณภูมิ, ดอนเมืองและภูเก็ตก่อน จากนั้นจะขยายไปยังสนามบินอื่นต่อไปทั้งในไทย และ 9 ประเทศ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 9