อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

คนไทยได้อะไร เมื่อรัฐระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน

ภาครัฐมีนโยบายจัดตั้ง''กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF)'' เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยระดมทุนจากปชช.ผ่านกลไกของตลาดทุน พุธที่ 12 กันยายน 2561 เวลา 17.45 น.

หนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลไทยทุกยุคสมัยคือ ความมุ่งมั่นในการพัฒนากิจการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งจากข้อมูลสถิติของ Economic Forum ปี 2560-2561 ได้จัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยอยู่อันดับที่ 32 จาก 137 ประเทศ แต่หากพิจารณาเฉพาะคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานในภาพรวมพบว่า ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 43 ซึ่งถือว่าต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ฯลฯ จึงนับเป็นวาระสำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งพัฒนากิจการโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ให้ก้าวทันและทัดเทียมกับต่างประเทศ

โดยเฉพาะด้านการคมนาคมขนส่ง ซึ่งเป็นกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคมขนส่งทางราง ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ไทยสามารถก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
ความจำเป็นเหล่านี้ก่อให้เกิดการระดมทุนในรูปแบบของ “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund)” ซึ่งภาครัฐจะนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนไปลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในวงกว้าง และมีความจำเป็นต่อการสร้างการเติบโตให้แก่เศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ

โดยกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่นำมาระดมทุนแบ่งเป็น 12 ประเภท ได้แก่ ระบบขนส่งทางรางหรือทางท่อ, ไฟฟ้า, ประปา, ถนน ทางพิเศษ หรือทางสัมปทาน, ท่าอากาศยาน, ท่าเรือน้ำลึก, โทรคมนาคม, พลังงานทางเลือก, ระบบบริหารจัดการน้ำ, ระบบป้องกันภัยธรรมชาติ, ระบบจัดการของเสีย และกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่มีหลายลักษณะประกอบกัน (Multi-Infrastructure)



นอกจากจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ในการพัฒนาประเทศและเป็นประโยชน์ต่อคนไทยทุกคนแล้ว ในฝั่งของนักลงทุนนั้น เรียกได้ว่า “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นรูปแบบการลงทุนที่มีโอกาสได้รับอัตราผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากและพันธบัตรรัฐบาล แต่มีระดับความผันผวนน้อยกว่าการลงทุนในหุ้น จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในระยะปานกลางถึงยาวและสามารถยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง



ล่าสุด ภาครัฐได้มีนโยบายจัดตั้ง
‘กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund: TFFIF)’ ในการเป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยระดมทุนจากประชาชนทั่วไปผ่านกลไกของตลาดทุน โดยมีบริษัทจัดการคือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) มีที่ปรึกษาทางการเงิน ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน)

กองทุน TFFIF จะเข้าลงทุนครั้งแรกในสิทธิในการรับรายได้ที่โอน 45% ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากทางพิเศษ 2 เส้นทางคือ ทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพาวิถี ซึ่งเป็นทรัพย์สินของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)  หนึ่งในรัฐวิสาหกิจชั้นนำของประเทศ โดยเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเปิด IPO ในเร็วๆ นี้

หากการลงทุนสามารถให้ผลตอบแทนทั้งในรูปแบบของมูลค่าทางการเงิน และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งได้เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ คงเรียกได้ว่าการลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเป็นการยิงปืนหนึ่งนัดที่มีโอกาสได้นกกลับไปอยู่ไม่น้อย 

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวนได้ที่เว็บไซต์ https://market.sec.or.th/public/mrap/MRAPView.aspx?FTYPE=I&PID=0659&PYR=2559

หมายเหตุ
- บทความนี้ห้ามเผยแพร่ในประเทศสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, และญี่ปุ่น
- คำขออนุมัติเพื่อเสนอขายหน่วยลงทุนที่ออกใหม่ของกองทุนฯ ต่อประชาชนเป็นครั้งแรกอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
คำเตือน “ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน”
ความเสี่ยง
1. การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
2. การลงทุนในหน่วยลงทุนส่วนเพิ่มทุนนี้ไม่ใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงจากการลงทุนซึ่งผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวน จึงไม่ได้อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนและความเสี่ยงจากการลงทุนอย่างละเอียดรอบคอบก่อนลงทุน และเมื่อมีข้อสงสัย ควรสอบถามผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนให้เข้าใจก่อนการตัดสินใจซื้อหน่วยลงทุน โดยควรลงทุนเมื่อเห็นว่าการลงทุนในกองนี้ เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุนของตน และผู้ลงทุนยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนดังกล่าวได้


ADVERTORIAL

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 56