อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562

ตลท.หวั่นปัจจัยลบต่างประเทศกดตลาดหุ้นไทย(คลิป)

"ภากร" มองตลาดหุ้นไทยน่าสนใจลงทุน ระบุเศรษฐกิจแกร่ง-กำไรบริษัทจดทะเบียนยังเติบโตต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงต่างประเทศฉุดดัชนี  มองเลือกตั้งชัดเจนดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ จันทร์ที่ 7 มกราคม 2562 เวลา 16.49 น.

นายภากร ปีตธวัชชัย   กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย   (ตลท.) เปิดเผยว่า  ปัจจัยที่เป็นตัวกดดันดัชนีตลาดหุ้นไทยในปีนี้ยังเป็นเรื่องของสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน  เนื่องจากความไม่แน่นอนยังสูงและ sentiment ยังไม่มีความชัดเจน  รวมถึงราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มระดับสูงทำให้นักทุนหลีกเลี่ยงลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แต่เชื่อว่าหากเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้นการลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังเป็นเป้าหมายที่นักลงทุนให้ความสนใจเข้ามาลงทุน เห็นได้จากปีที่ผ่านมาแม้เงินทุนไหลออกตลาดหุ้นไทย 280,000 ล้นบาท แต่ยังมีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดพันธบัตรกว่า 190,000 ล้านบาท
 
“ภาวะเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง เงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ระดับสูง กำไรของบริษัทจดทะเบียนยังเติบโตต่อเนื่อง ค่าเงินบาทไม่ได้อ่อนค่ามากเกินไป  แต่ปัจจัยลบยังเกิดจากภายนอกประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบทั้งหมดทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะไทย นอกจากนี้การเลือกตั้งที่ชัดเจนจะดึงความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาในไทยมากขึ้น  ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีการประกาศการเลือกตั้งอย่างเป็นเทางการเมื่อไร”
 


 นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า   ตาม  ปัจจัยเสี่ยงที่กระทบตลาดหุ้นไทยมากจากปัจจัยภายนอกประเทศเป็นหลัก ทั้งการชะลอขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด  สงครามทางการค้า โดยที่ผ่านมายอมรับว่านักลงทุนรายย่อยเริ่มเข้ามาลงทุนในอนุพันธ์มากขึ้นในช่วงที่ ตลาดหุ้นผันผวน
 
สำหรับภาวะตลาดหุ้นไทยปี 61 ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นปิดที่ 1,563.88 จุด ปรับลดลง 10.8% จากสิ้นปี 2560 และปรับลดลง 1.6% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย. 61 โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 2.87 แสนล้านบาท มูลค่าการขายสุทธิสูงสุดในไตรมาส 2/61 และลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นเอเชีย ขณะที่มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 5.76 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.1% และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแค็ป) อยู่ที่ 16.2 ล้านล้านบาท
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 36