อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 มีนาคม 2562

จอดนิ่งทำคนตาย40รายต่อปี 'อุดรธานี'ใช้นวัตกรรมจอดสิบล้อ

เผยอุบัติเหตุชนท้ายรถบรรทุกในพื้นที่ จ.อุดรธานี พบผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 40 รายต่อปี ใช้นวัตกรรมระบบการจอดรถบรรทุกริมทางหยุดตายบนถนน อาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 18.04 น.

นายไกรสร แจ่มหอม ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร อดีตหัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง จ.อุดรธานี ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการสร้างนวัตกรรมระบบการจอดรถบรรทุกริมทาง จ.อุดรธานี ภายใต้การสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนระดับจังหวัด (สอจร.) สนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่าได้เริ่มดำเนินโครงการในปี 60 หลังจากได้งบจาก สสส. ประมาณ 50,000 บาท เพื่อดำเนินการเก็บข้อมูลอุบัติเหตุชนท้ายรถบรรทุกและแจ้งเตือน โดยร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กรมทางหลวง (ทล.) อาสาสมัครกู้ภัยทางหลวง ร่วมกันลาดตระเวนและแจ้งเตือนรถบรรทุก ที่จอดบนไหล่ทางบนถนนมิตรภาพ ตั้งแต่สี่แยกบ้านตาดไปจนถึงบ้านโนนสะอาดระยะทาง 50 กม.

นายไกรสร กล่าวต่อว่า เพราะจากการเก็บข้อมูลพบว่ารถบรรทุกซึ่งวิ่งมาจากท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เพื่อขนส่งสินค้าไปยัง สปป.ลาว ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จ.หนองคาย (หนองคาย-เวียงจันทร์) เมื่อมาถึงจุดนี้ในเวลาประมาณ ห้าทุ่มเที่ยงคืน จะจอดพัก นอน กินลาบ เพื่อรอด่านชายแดนเปิดในเวลา 06.00 น. โดยแนะนำให้ไปจอดในทางคู่ขนาน เพราะมีแสงไฟ พร้อมให้ติดสติ๊กเกอร์สะท้อนแสง โดยกำหนดจุดจอดรถบรรทุก บ้านโนนสะอาด กุมภวาปี คู่ขนานวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก และช่วงคู่ขนานโนนสูง



นายไกรสร กล่าวอีกว่า ในปี 61 ไม่ได้รับทุนจาก สสส. แล้วแต่กลุ่มอาสาสมัครกู้ภัยทางหลวงยังปฎิบัติหน้าที่ลาดตระเวนแจ้งรถบรรทุกโดยใช้งบประมาณส่วนตัวและเงินบริจาค เพราะแต่ละคืนจะมีค่าใช้จ่ายของน้ำมันประมาณ 800 บาท ซึ่งอาสาสมัครได้ผ่านการอบรมทั้งการกู้ภัย และการแจ้งเตือนแจกใบปลิวให้คนขับรถรู้ว่าจอดบนไหล่นทางมีความผิดทั้ง พรบ.การขนส่ง พ.ศ.2522 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และถูกเพิกถอนใบอนุญาต และมีโทษตาม พรบ.ทางหลวง 2535 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท อย่างไรก็ตามรถบรรทุกในพื้นที่ จ.อุดรธานีภาคอีสานจะเข้าใจสถานการณ์แล้ว แต่รถบรรทุกที่มาจากกรุงเทพฯ พื้นที่ภาคกลางยังไม่รู้ว่ามีปัญหารถสิบล้อจอดแล้วเกิดอุบัติเหตุ นอกจากยังมีปํญหารถบรรทุกอ้อยหล่นกลางถนน โดยเฉพาะช่วงฤดูเปิดหีบตั้งแต่เดือน ธ.ค.จนถึง พ.ค. พบว่าบางครั้งปริมาณหล่นเท่ารถกะบะ เหล่าอาสาสมัครกู้ภัยทางหลวงจึงต้องเข้าไปช่วย โดยส่วนมากคนขับรถจะไม่รู้ถึงรู้ก็หนี เช่นเดียวกันเหตุชนท้ายบางครั้งพบศพผู้เสียชีวิต แต่รถบรรทุกไปแล้วไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีศพอยู่ท้ายรถ

ด้าน น.ส.เจนจิรัสตรา วงศ์ประทุม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กล่าวว่า ก่อนดำเนินโครงการได้เก็บข้อมูล อุบัติเหตุชนท้ายรถบรรทุกซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ (จยย.) ซึ่งในพื้นที่ จ.อุดรธานี มีผู้เสียชีวิตทั้งปี 40 รายในปี 60 โดยเฉพาะช่วงถนนมิตรภาพจาก จ.อุดรธานี ไป จ.ขอนแก่น มีผู้เสียชีวิตถึง 20 ราย แต่ปรากฏว่าหลังจากมีการลาดตระเวนและแจ้งเตือน พบผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุชนท้ายเหลือ 2 ราย ทั้งนี้นอกจากรถบรรทุกจอดในไหล่ทางแล้วยังจอดบริเวณจุดกลับรถ เป็นอีกจุดเสี่ยง เพราะช่วงกลับรถใช้ความเร็วสูง

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 671