อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562

คต.ออกหลักเกณฑ์รับรองใช้สิทธิลดภาษีส่งออก

กรมการค้าต่างประเทศเตรียมออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การใช้สิทธิลดภาษีสินค้าเกษตร 3 รายการส่งออกตลาดญี่ปุ่น อังคารที่ 16 เมษายน 2562 เวลา 13.02 น.

นายอดุลย์  โชตินิสากรณ์  อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.)  เปิดเผยว่า กรมฯ อยู่ระหว่างการออกประกาศกรมการค้าต่างประเทศเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีภายใต้ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (เจเทป้า) ประจำปี62 หรือระหว่างวันที่ 1 เม.ย.62- 31 มี.ค. 63  สำหรับสินค้าเกษตร ที่ส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น 3 รายการ ได้แก่ กล้วยสด 8,000 ตัน สับประรดสด 300 ตัน และเนื้อสุกรปรุงแต่ง 1,200 ตัน ซึ่งนับเป็นปีที่ 13 ตั้งแต่ปี 50 ที่ไทยได้รับสิทธิโควตายกเว้นภาษีนำเข้าทั้งหมดหรือบางส่วน

 

“สินค้าเกษตรที่ส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า คือ กล้วยสด และสับปะรดสด ในส่วนของเนื้อสุกรปรุงแต่งเสียภาษีนำเข้าเพียง 16% จากอัตราภาษีนำเข้าปกติของกล้วยสดอยู่ที่ 20 - 25% สับปะรดสด 17% และเนื้อสุกรปรุงแต่งอยู่ที่ 20% ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงมาก”


 

นายอดุลย์ กล่าวว่า ผู้ส่งออกที่จะขอใช้สิทธิโควตาภาษีตามความตกลงเจเทป้าจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ ผู้ส่งออกกล้วยสดต้องมีรายชื่อและได้รับจัดสรรปริมาณส่งออกตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด ในส่วนผู้ส่งออกเนื้อสุกรปรุงแต่ง ต้องมีรายชื่อตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด โดยต้องส่งออกจากโรงงานแปรรูปเนื้อสุกรที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานสุขอนามัยของประเทศญี่ปุ่นแล้วเท่านั้น ส่วนผู้ส่งออกสับปะรดสดสามารถขอใช้สิทธิประโยชน์ได้เป็นการทั่วไป โดยสินค้าสับปะรดสดและเนื้อสุกรปรุงแต่ง โดย กรมฯ จะออกหนังสือรับรองโดยใช้หลักการยื่นขอก่อนได้รับสิทธิก่อน  จนกว่าจะครบปริมาณตามที่กำหนด ซึ่งรายละเอียดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการขอใช้สิทธิต่างๆ จะระบุอยู่ในประกาศกรมการค้าต่างประเทศดังกล่าว

 

สำหรับข้อมูลการขอใช้สิทธิโควตาส่งออกเจเทป้าปีที่ผ่านมามีสัดส่วนค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะสับปะรดสดและกล้วยสด โดยพบว่า สับปะรดสด มีผู้ขอใช้สิทธิเพียง 1.6% หรือ ปริมาณ  5,200ตัน เท่านั้น สาเหตุหลักจากข้อจำกัดเรื่องขนาดน้ำหนักสับปะรดที่ต้องไม่เกิน 900 กรัมต่อผล สำหรับกล้วยสดมีผู้มาขอใช้สิทธิเพียง 24.3% หรือปริมาณ 1,947 ตัน เนื่องจากมีผลผลิตไม่มากพอที่จะตอบสนองกับความต้องการบริโภคในประเทศ และมีการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในปริมาณที่มากขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีน ส่งผลให้ผลผลิตไม่เพียงพอที่จะส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น ประกอบกับผลผลิตกล้วยสดจะต้องควบคุมให้ได้คุณภาพมาตรฐานตามความต้องการของตลาดญี่ปุ่นอีกด้วย ผู้ส่งออกไทยจึงไม่สนใจที่จะส่งออกไปยังญี่ปุ่นมากนัก  แต่ในส่วนของเนื้อสุกรปรุงแต่ง ได้รับสิทธิ 1,200 ตันต่อปี มีผู้มาใช้สิทธิเต็มโควตาทุกปี
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 13