อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562

อานิสงส์เลือกตั้งดึงเม็ดเงินต่างชาติลงทุนอสังหาฯเพิ่ม(คลิป)

เน็กซัสประเมินอสังหาริมทรัพย์หลังเลือกตั้งยังเติบโตต่อเนื่อง  คาดเห็นเม็ดเงินต่างชาติลงทุนโครงการใหม่  60,000 ล้านบาท  หวังมาตรการรัฐลดภาษีธุรกิจ-ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกระตุ้นตลาดไตรมาส 3-ไตรมาส4   ระบุปีนี้ราคาขยับขึ้น 5%   จันทร์ที่ 22 เมษายน 2562 เวลา 14.49 น.

นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด  เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 1 เติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้นทั้งตลาดที่อยู่อาศัยและตลาดพื้นที่พาณิชยกรรม  โดยหลังจากการเลือกตั้ง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันต่างชาติมีมากขึ้น น่าจะเห็นการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้นสัดส่วนประมาณ 30% หรือคิดเป็นเม็ดเงินลงทุน 60,000 ล้านบาทจากโครงการลงทุนใหม่ในปีนี้อยู่ที่ 200,000 ล้านบาท    เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางมากกว่าลงทุนเจาะลูกค้าระดับบน หรือลักชัวรี่

“จากข้อมูลที่ผ่านมาก่อนเลือกตั้งและหลังการเลือกตั้งในปี 50, ปี 54, ปี 57 และปี 62 ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยปีนี้คาดว่าราคาปรับเพิ่มขึ้น 5% แต่เชื่อว่าไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ เพราะกลุ่มผู้ซื้อเป็นกลุ่มที่มีความต้องการแท้จจริง นอกจากนี้การออกนโยบายกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ก็จะช่วยให้ตลาดคึกคักเพิ่มขึ้น เช่น ลดภาษีธุรกิจเฉพาะ  ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม  ปัจจัยลบที่มีผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีหน้าเป็นเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะกระทบต่อการซื้อบ้านหลังแรก หลังที่2  และหลังที่ 3 เพิ่มขึ้น”


สำหรับผลสำรวจตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพช่วงไตรมาสที่ 1/ 62 พบว่ามีอุปทานคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ในตลาดทั้งสิ้น 11,300 หน่วย จาก 30 โครงการ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วประมาณ 20% โดยทำเลที่มีการเปิดตัวของคอนโดมิเนียมมากที่สุดยังคงเป็นพระโขนง สวนหลวง แบริ่ง (2,400 หน่วย หรือ 21%) รองลงมาเป็น พญาไท รัชดาภิเษก (1,938 หน่วยหรือ17%) และอันดับสามคือ ลาดพร้าว วังทองหลาง (1,580 หน่วย หรือ 14%)

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดหลายประการ เช่น คอนโดมิเนียมที่เกิดใหม่ไตรมาสนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดมิเนียมกลุ่มซิตี้คอนโด ที่มีราคาต่อตารางเมตรไม่เกิน 75,000 บาท และ ตลาดกลาง หรือ mid market ที่มีราคาต่อตารางเมตรไม่เกิน 100,000 บาทรวมกันมากถึง 75% ของจำนวนหน่วยที่เปิดใหม่ทั้งหมด (ประมาณ 8,500 หน่วย) จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการเริ่มปรับตัวในการพัฒนาสินค้าเพื่อตอบรับกับตลาดที่มีความต้องการแท้จริงมากขึ้น

“คอนโดมิเนียมในตลาดไฮเอนด์และลักซูรี่ที่น่าสนใจ เกิดขึ้นอีกหลายโครงการจากผู้ประกอบการในตลาด หลักทรัพย์ที่ได้ซื้อที่ดินไปแล้วตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว  ส่วนดีมานด์ ส่วนใหญ่จะมาจากผู้อยู่อาศัยจริง เนื่องจากมาตรการ LTV และการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น และตลาดผู้อยู่อาศัยจริงสำหรับคนกรุงเทพก็ยังคงเป็นตลาด mid market และตลาดซิตี้คอนโดนั่นเอง ในขณะที่ตลาดไฮเอนด์ปีนี้ จะเป็นตลาดที่ต้องระมัดระวังเนื่องจากกลุ่มนักลงทุนชาวไทยน่าจะลดลงไป ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าวราคาเฉลี่ยคอนโดมิเนียมในตลาดปรับตัวสูงขึ้นไม่น่าจะเกิน 5-6% คอนโดมิเนียมให้เช่าระยะยาวก็จะเริ่มพัฒนามากขึ้นในทำเลที่เป็นที่ดินของรัฐบาลที่ปล่อยให้เช่าระยะยาวและที่ดินเอกชน”


 
 
 

 
 
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 10