อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562

เปิดใช้"สถานีกลางบางซื้อปี64"ขาดทุนแน่ปีละ300 ล้าน

รฟท. ระดมไอเดียเอกชนเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ สถานีกลางบางซื่อ ใช้โมเดลโตเกียวสเตชั่น คาดประมูลปีนี้ ได้เอกชนกลางปีหน้า พร้อมบริการปี 64 ยอมรับขาดทุนแน่ปีละ 300 ล้าน  อังคารที่ 14 พฤษภาคม 2562 เวลา 18.24 น.

 เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่โรงแรมคราวน์พลาซ่า กรุงเทพฯ นายฐากูร อินทร์ชม ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นและความสนใจภาคเอกชนในการลงทุน (Market Sounding) โครงการศึกษารูปแบบบริหารจัดการและแนวทางการพัฒนาพื้นที่ และจัดทำร่างเอกสารประกอบการจัดจ้างเอกชน เพื่อบริหารจัดการพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งมีเอกชนร่วมงานประมาณ100 คนว่า คาดว่าสถานีกลางบางซื่อจะเปิดให้บริการได้ต้นปี 64 เวลานี้จึงจำเป็นต้องจัดให้มีความพร้อมในการให้บริการผู้โดยสารด้านต่างๆ ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า ลานจอดรถ และทำความสะอาด เป็นต้น เพื่อให้เป็นสถานีที่ได้มาตรฐานสากล และทำให้ผู้โดยสารได้รับความพึงพอใจ
         
นายฐากูร กล่าวต่อว่า การบริหารจัดการและแนวทางการพัฒนาพื้นที่ฯ อยากให้เป็นเหมือนโตเกียวสเตชั่นของญี่ปุ่น โดยจะเปิดประมูลเป็น 2 สัญญา แบ่งเป็น 1.กิจกรรมเชิงพาณิชย์ ระยะที่ 1 จำนวน 13,000 ตารางเมตร(ตร.ม.) เป็นสัญญาตามระเบียบ รฟท. ซึ่ง รฟท. จะมีรายได้จากส่วนนี้ 100 ล้านบาทใน 5 ปี และ 2.กิจกรรมบริหารสถานี อาทิ การรักษาความปลอดภัย การทำความสะอาด ดูแลที่จอดรถ และการบริหารอาคาร เป็นสัญญาตามพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง วงเงินประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี ทั้ง 2 ฉบับมีอายุสัญญา 5 ปี เปิดประมูลในปี 62 ได้เอกชนผู้ชนะประมูลกลางปี 63 พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบต้นปี 64 อย่างไรก็ตามขณะนี้มีเอกชนหลายรายสนใจกิจกรรมเชิงพาณิชย์แล้ว อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์, และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม

         

นายฐากูร กล่าวอีกว่า พื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อ มีพื้นที่ประมาณ 17,000 ตร.ม. แต่ในระยะแรกให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการก่อน 13,000 ตร.ม. ซึ่งเป็นพื้นที่ชั้นใต้ดิน, ชั้น 1 และชั้น 2 ส่วนที่เหลืออีก 4,000 ตร.ม. จะเป็นพื้นที่ชั้น 3 พื้นที่ให้บริการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) และรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน หากสามารถเปิดดำเนินการได้ทันภายในสัญญา 5 ปีนี้ ก็จะให้รวมอยู่ในสัญญาเดิมด้วย อย่างไรก็ตามจากการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร พบว่าปีแรกจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการผ่านเข้าออก สถานีกลางบางซื่อ 80,000 คนต่อ และใน3 ปีของการเปิดให้บริการจะมีผู้โดยสารใช้บริการผ่านเข้า-ออกมากกว่า 140,000 คนต่อวัน
       
 นายฐากูร กล่าวด้วยว่า สำหรับพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ เป็นอาคารสูง 3 ชั้น ประกอบด้วย ชั้นใต้ดิน พื้นที่ 58,210 ตร.ม., เป็นที่จอดรถ 1,613 คัน มีโถงเชื่อมต่อจากพื้นที่จอดรถ และทางเดินขึ้นไปยังชั้นจำหน่ายตั๋วโดยสาร, ชั้น1 พื้นที่ 122,810 ตร.ม. ประกอบด้วย ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสาร โถงพักคอยของผู้โดยสาร และโถงชานชาลาผู้โดยสาร มีจุดเชื่อมต่อกับสถานีบางซื่อของ MRT ในปัจจุบัน และพื้นที่ส่วนพาณิชยกรรมร้านค้า, ชั้นลอยที่ 1 พื้นที่ 9,800ตร.ม. เป็นพื้นที่ส่วนพาณิชยกรรมร้านค้า, ชั้น 2 รวมชั้นลอย 2 พื้นที่ 50,860 ตร.ม. ประกอบด้วย พื้นที่ต้อนรับบุคคลสำคัญ(วีไอพี) ส่วนควบคุมระบบการเดินรถและพื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่อาคาร ส่วนชานชาลารถไฟทางไกล และรถไฟชานเมือง และชั้น 3 พื้นที่ 43,800 ตร.ม. ประกอบด้วย ชานชาลารถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) และรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน
       
  นายฐากูร กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าสถานีกลางบางซื่อมีขนาดใหญ่มาก พื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 2.6 แสนตร.ม. ทำให้ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างมาก ทั้งเครื่องปรับอากาศ ไฟฟ้า ลิฟท์ บันไดเลื่อน เป็นต้น เบื้องต้นมีค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าเดือนละประมาณ 5 ล้านบาท คิดเป็น 30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่รายได้ที่ รฟท.จะได้รับมาจากพื้นที่เชิงพาณิชย์และพื้นที่โฆษณา ประมาณ 20-30 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นในภาพรวมแต่ละปีจะขาดทุนประมาณ 300ล้านบาท ซึ่งแม้จะขาดทุนแต่การสร้างสถานีกลางบางซื่อจะเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของ รฟท. และประเทศไทย และเป็นสถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของไทยที่จะเป็นชุมทางรถไฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน อย่างไรก็ตามขณะนี้กำลังหาวิธีลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าไฟฟ้าอยู่ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากกระทรวงพลังงาน ว่าจ้างที่ปรึกษา 15 ล้านบาทศึกษาระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา( Solar Rooftop) เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าภายในสถานีต่อไป.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 15