อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

เอฟทีเอดันมูลค่าส่งออกข้าวพุ่งกระฉูด

กรมเจรจาฯกางสถิติส่งออกข้าว ชี้เอฟทีเอเพิ่มแต้มต่อข้าวไทยในตลาดโลกพบ พบการส่งออกข้าวไทยไปประเทศ คู่เจรจาขยายตัวเกือบทุกประเทศ พฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 เวลา 11.11 น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (จร.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ส่งออกข้าวไทยไปยังประเทศคู่เจรจาเอฟทีเอของไทย 18 ประเทศ (อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี และล่าสุดฮ่องกงที่จะมีผลใช้บังคับในเดือนมิ.ย. นี้) พบว่านับตั้งแต่ความตกลงเอฟทีเอมีผลใช้บังคับ การส่งออกข้าวของไทยไปประเทศคู่เอฟทีเอขยายตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาด  เช่น อาเซียน เพิ่มขึ้น 144%  ออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 155% นิวซีแลนด์เพิ่มขึ้น 135%  เปรูเพิ่มขึ้น 464% และชิลีเพิ่มขึ้น 200% เนื่องจากประเทศเหล่านี้ยกเลิกและทยอยลดการเก็บภาษีศุลกากรนำเข้าข้าวจากไทยแล้ว
 
“หลายประเทศได้ยกเว้นหรือลดภาษีในระดับต่ำยกเว้นจีนที่เพิ่งเริ่มลดภาษีสินค้าข้าวบางรายการให้ไทยเมื่อปี 61 และในรายการสำคัญ เช่น ข้าวเปลือก ข้าวกล้อง ข้าวขัดสี รวมถึงข้าวหอมมะลิ ซึ่งจีนยังคงอัตราภาษีที่ 50%  ขณะที่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย จัดให้ข้าวเป็นสินค้าอ่อนไหวและยังคงเก็บภาษีนำเข้าข้าวในอัตราที่สูง โดยเกาหลีใต้ ยังคงเก็บภาษีนำเข้าข้าวที่ 513%  อินเดียเก็บภาษีนำเข้าข้าวที่ 70-80%  และญี่ปุ่นยังใช้ระบบโควตาภาษี โดยการนำเข้าข้าวภายใต้โควต้า 682,000 ตันต่อปี จะไม่เสียภาษี แต่การนำเข้าข้าวนอกโควต้า ต้องเสียภาษีในอัตรา 341 เยนต่อกิโลกรัม”
 
นางอรมน เสริมว่า จากสถิติปี 61 ไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอินเดีย โดยไทยส่งออกข้าวสู่ตลาดโลกในปริมาณกว่า 11 ล้านตัน เป็นมูลค่า 5,619.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 8.34%  เมื่อเทียบกับปี 60 คิดเป็นสัดส่วน 2.02% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย โดยมีตลาดส่งออกหลัก เช่น อาเซียน สัดส่วน 20.12%   เบนิน สัดส่วน 11.19%   และจีน สัดส่วน 9.81% เป็นต้น ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกข้าวของไทยไปประเทศคู่เอฟทีเอ 17 ประเทศ รวม 1,870.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 33.29% ของการส่งออกสินค้าข้าวของไทย
 
“เอฟทีเอถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างแต้มต่อให้กับข้าวไทยในตลาดโลก ซึ่ง กรมฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันให้ประเทศคู่ค้าเปิดตลาดเพิ่มเติมให้ไทยภายใต้การเจรจาเอฟทีเอกรอบต่างๆ ทั้งการทบทวนความตกลงเอฟทีเอที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น เอฟทีเอที่ไทยทำกับอาเซียน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย จีน และความตกลงเอฟทีเอที่อยู่ระหว่างการเจรจา เช่น การเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) การเจรจาจัดทำเอฟทีเอกับตุรกี ปากีสถาน และศรีลังกา เป็นต้น” 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 29