อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562

สอท.ร้องรัฐขยายตลาดใหม่-เจรจาเอฟทีเอรับศึกเทรดวอร์(คลิป)

สอท.เร่งศึกษาผลกระทบเทรดวอร์กับกลุ่มอุตสาหกรรม 45 กลุ่ม พร้อมเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด เรียกร้องรัฐจัดทัพบุกตลาดใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม BRICS-เจรจาการค้าเอฟทีเอขยายการค้าช่วงสงครามทางการค้ายังไร้ข้อยุติ พุธที่ 22 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น.

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.)เปิดเผยถึงผลกระทบจากสงครามทางการค้า หลังจากที่สหรัฐฯขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนเพิ่มจาก 10% เป็น 25% และจีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ เช่นกันในวงเงิน 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐว่า   นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสอท. ได้แต่งตั้งตนเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งด้านบวกและด้านลบว่ามีอะไรบ้างสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม 45 กลุ่มของสอท. ซึ่งได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด  เพราะไทยส่งออกสินค้าไปจีน 12% ของมูลค่าที่ส่งออกทั้งหมด และส่งออกไปสหรัฐ 10% ของมูลค่าที่ส่งออกทั้งหมด  โดยถือว่ามีผลกระทบค่อนข้างมาก 

ทั้งนี้เนื่องจากไทยเป็นหนึ่งในประเทศโกลบอลซัพพลายให้กับจีน  และสินค้าที่ไทยส่งไปจีนเป็นสินค้าประเภทปฐมภูมิหรือกึ่งวัตถุดิบ เพื่อให้จีนนำไปประกอบและผลิตต่อส่งออกไปยังประเทศอื่น ดังนั้นต้องดูรายละเอียดว่าสินค้าไทยที่ได้รับผลกระทบมีกี่รายการ และเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมใดบ้าง  อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นสินค้าที่ได้รับผลกระทบ  เช่น ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์  ชิ้นส่วนยานยนต์ และอะไหล่ต่าง ๆ ในหลายอุตสาหกรรม และกำลังหาวิธีแก้ไขและเยียวยาอุตสาหกรรมว่าจะมีมาตรการใดที่สามารถทำได้บ้าง



นอกจากนี้ในทางบวกหลายสินค้าที่จะได้ประโยชน์จากสงครามทางการค้า เช่น  สินค้าเกษตรไทยสามารถส่งออกไปจีนได้ ทั้งเนื้อหมู ถั่วเหลือง ข้าวโพด  ซึ่งไทยมีศักยภาพที่จะเข้าไปทดแทนได้ถือเป็นโอกาสในการเข้าไปทำตลาด  ขณะเดียวกันจะส่งผลดีต่อการลงทุน โดยเฉพาะโครงการอีอีซีเราต้องการนักลงทุนต่างชาติมาลงทุน อาจทำให้ผู้ประกอบการจีนย้ายโรงงาน หรือย้ายฐานการผลิตมาที่อาเซียน และประเทศเป้าหมายคือเวียดนาม และไทย  แต่ต้องดูว่าโรงงานย้ายฐานตรงกับวัตถุประสงค์ของรัฐหรือไม่ เพราะอีอีซีเน้นอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย   ทั้งนี้ปัจจุบันไทยเกินดุลการค้าจากสหรัฐฯ หากมากเกินไปอาจทำให้สหรัฐฯ มีมาตรการเข้มงวดกับไทยได้ ดังนั้นต้องมาชั่งน้ำหนักดูว่าอะไรดีหรือไม่ดี

ส่วนแนวทางแก้ปัญหาในเบื้องต้นนั้นเห็นว่ารัฐควรพิจารณาใน 2 เรื่องคือ การหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเก่า   โดยเฉพาะการขยายตลาดในกลุ่ม BRICS  ประกอบด้วย  บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน  และแอฟริกาใต้มากขึ้น เนื่องจากมีประชากรครึ่งหนึ่งของโลกถือว่าเป็นตลาดใหญ่มาก พร้อมทั้งขอให้พาณิชย์เร่งเจรจาเอฟทีเอระหว่างไทยกับประเทศคู่ค้าให้มีความคืบหน้า ขณะนี้ไทยล่าช้ามาก  ซึ่งเวียดนาม  มาเลเซีย และสิงคโปร์มีความคืบหน้ามากทำให้ประเทศเหล่านี้ได้สิทธิประโยชน์และมีแต้มต่อทางการค้ามากกว่าไทย   อย่างไรก็ตาม  เชื่อรัฐบาลจากการเลือกตั้งทำให้เจรจาการค้าเอฟทีเอต่าง ๆ ที่คั่งค้างอยู่ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น


 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 38