อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

ชงครม.คลอด2บริษัทลูกรถไฟ

รฟท. รอชงครม.ใหม่ ไฟเขียวคลอด 2 บริษัทลูก หวังช่วยบริหารจัดการทรัพย์สินของ รฟท. มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มรายได้และแก้ไขปัญหาหนี้สินให้ เสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2562 เวลา 18.31 น.

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ รฟท.อยู่ระหว่างรอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ พิจารณาอนุมัติจัดตั้ง 2 บริษัทลูกของ รฟท. ประกอบด้วย บริษัทเพื่อบริหารทรัพย์สินของ รฟท. ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท และการเพิ่มพันธกิจให้แก่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ให้เป็นผู้เดินรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ภายหลังที่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบในหลักการจัดตั้งไปแล้ว

นายวรวุฒิ กล่าวต่อว่า ภายหลัง ครม. มีมติอนุมัติแล้ว รฟท. จะหารือร่วมกับสหภาพฯ รฟท. และสหภาพฯ รฟฟท.ในช่วงเปลี่ยนผ่านว่าจะไปในทิศทางใด จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการร่างกฎระเบียบต่างๆ พร้อมทั้งกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการ (บอร์ด รฟท.) และบอร์ดของบริษัทลูกทั้ง 2 แห่ง รวมถึงการสรรหาพนักงาน แบ่งเป็น บริษัทบริหารทรัพย์สินประมาณ 200 คน ที่จะเปิดบริการในช่วงปี 63 และ รฟฟท. เดินรถสายสีแดง ที่ต้องการพนักงานเพิ่มอีกประมาณ 400 คน

รายงานข่าวจาก คนร. ระบุว่า สำหรับบริษัทลูกเพื่อบริหารทรัพย์สินของ รฟท.นั้น จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริหารจัดการทรัพย์สินของ รฟท. มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริษัทลูกจะทำหน้าที่จัดการที่ดินในเชิงพาณิชย์ให้แก่ รฟท. ซึ่งจะสามารถเพิ่มรายได้และแก้ไขปัญหาหนี้สินให้แก่ รฟท. ขณะที่บริษัทลูกรถไฟฟ้าสายสีแดง โดยการเพิ่มพันธกิจของ รฟฟท.นั้น จะเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและบุคลากรของ รฟฟท. ที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า เนื่องจาก รฟฟท. มีประสบการณ์ในการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ โดยให้ปรับปรุงแผนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการหารายได้และทำกำไร และให้กระทรวงคมนาคมแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับติดตามการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงและ รฟฟท. ให้มีประสิทธิภาพได้มาตรฐานเทียบเท่าเอกชน เป็นไปตามแผนการดำเนินงานและตัวชี้วัดที่กำหนดโดยไม่เป็นภาระของภาครัฐในอนาคต
















 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 28