อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบีฯออกหุ้นกู้อนุพันธ์ชูผลตอบแทนสูง

บล. ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบีฯมองตลาดหุ้นไทย 3 เดือนข้างหน้ายังไร้ทิศทาง คัดสรรหุ้นกู้อนุพันธ์ระยะสั้น 3-9 เดือน ผลตอบแทนสูง 5- 15% ต่อปี เสนอผู้ลงทุนรายใหญ่ จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 เวลา 17.49 น.


นายเกษม พันธ์รัตนมาลา  หัวหน้าฝ่ายวิจัย บล. ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วง 3 เดือนข้างหน้ายังคงไร้ทิศทางที่ชัดเจน เนื่องจากยังคงมีทั้งปัจจัยบวกและลบเข้ามากระทบกับการลงทุน โดยในเชิงบวกเริ่มเห็นสัญญาณซื้อจากเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ หลังประเทศไทยมีความชัดเจนทางการเมือง และการที่ธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐผ่านการลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งจะช่วยหนุนให้เกิดการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุนมาสู่ตลาดเกิดใหม่อย่างประเทศไทยเพิ่มขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังถูกกดดันจากผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งส่งผลให้เกิดการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย ทำให้แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ของบริษัทจดทะเบียนของไทยอาจจะปรับตัวลดลง ซึ่งจะกดดันให้ตลาดอาจจะปรับตัวขึ้นได้ไม่มาก  และระยะสั้นมองว่าดัชนีตลาดหุ้นอาจจะมีการพักฐานลงมาบ้าง หลังจากนั้นอาจจะเริ่มแกว่งตัวในกรอบแคบๆ คงต้องรอดูความคืบหน้าในการเจรจาทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ  

นายธีรวุฒิ กานต์นิภากุล ผู้อำนวยการฝ่าย ตราสารอนุพันธ์ บล. ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบีฯ กล่าวว่า  ได้เสนอทางเลือกลงทุนคือ  KIKO ELN หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงที่เป็นหุ้นกู้ระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นกู้ปกติ โดยมีอายุ 3-9 เดือน โอกาสผลตอบแทน 5- 15% ต่อปี ลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงหุ้นใน SET 50 ที่ลูกค้าเลือก   

นายภูดินันท์ เศรษฐนันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาผลิตภัณฑ์การเงิน ธุรกิจผลิตภัณฑ์การเงิน และ ที่ปรึกษา ตราสารอนุพันธ์ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ในฐานะผู้จัดจำหน่ายหลัก กล่าวว่า ตลาดหุ้นช่วงนี้เริ่มผันผวนมากขึ้น และมีทิศทางที่ไม่ชัดเจน  ประกอบกับเศรษฐกิจโลกที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวส่งผลให้ดอกเบี้ยทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลง  ทำให้โอกาสรับผลตอบแทนการลงทุนในหุ้นกู้อนุพันธ์อ้างอิงหุ้นใน SET50 มีความน่าสนใจมากขึ้น  

ทั้งนี้ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับกลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่ High Net worth และ Ultra-high Net worth โดยเฉพาะนักลงทุนที่คุ้นเคย และมีความรู้ความเข้าใจกับความเสี่ยงในการลงทุนตรงในตลาดหุ้น  ซึ่งประเทศไทยเองการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทนี้ก็ได้รับความนิยมและมีปริมาณธุรกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่อง 
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27