อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562

ไฟเขียวแผนฟื้นฟูขสมก.ล้างหนี้1.28 แสนล้าน

  ครม.ไฟเขียวแผนฟื้นฟูกิจการขสมก. หลังรอคอยนาน 5 ปี ชงคลังขอล้างหนี้สะสม1.28 แสนล้าน เดินหน้าเดินรถใหม่ คาดปี 67 เริ่มมีกำไรโดยจะปรับค่ารถเพิ่ม 1 บาท อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562 เวลา 18.32 น.


เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่กระทรวงคมนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)ระยะ5ปี(62-66) เพื่อปรับปรุงระบบการทำงานขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และสามารถเลี้ยงตนเองได้ ลดภาระกับภาครัฐ ซึ่งแผนนี้เสนอมานานแล้วตั้งแต่ปี 57 จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 5 ปีแล้ว โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) แล้วและให้นำเสนอครม. โดยในกรอบของแผนฟื้นฟู ประกอบด้วย 1.กลุ่มรถโดยสารประจำทางที่มีสภาพเก่า ทรุดโทรม ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ โดยต้องจัดหารถเมล์ใหม่และปรับปรุงสภาพรถเดิม จำนวน 3,000 คัน จากเดิมที่ครม.เคยอนุมัติไว้ 3,183 คัน วงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขอทบทวนมติครม.โดยอยู่ในขั้นตอนการขออนุมติจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แบ่งเป็น การเช่ารถเมล์ 700 คัน ได้แก่ รถเมล์ระบบดีเซลและไฟฟ้า (ไฮบริด) 400 คัน และรถเมล์ปรับอากาศ (รถเมล์แอร์) ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) 300 คัน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการนำเอกสารการประกวดราคา (ทีโออาร์) ขึ้นเว็บไซต์ประชาพิจารณ์ก่อนเข้าสู่กระบวนการเปิดประมูล คาดว่าจะได้ตัวเอกชนภายในปี 62 และการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ที่ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จัดซื้อรถเมล์ไฮบริด 1,453 คัน และการจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้า(อีวี) 35 คัน

ส่วนการปรับปรุงสภาพรถจะดำเนินการว่าจ้างปรับปรุงสภาพรถโดยสารปรับอากาศยูโรทูยี่ห้อฮีโน่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง จำนวน 323 คัน วงเงิน 138,567,000 บาท หรือคันละ 429,000 บาท ซึ่งได้ผู้รับจ้างแล้ว คือ บริษัท ฮีโน่มอเตอร์เซลล์ (ประเทศไทย) จากนี้ ขสมก. จะลงนามสัญญาเพื่อให้ดำเนินการปรับปรุงสภาพรถต่อไป  อย่างไรก็ตามตามแผนฟื้นฟูแล้วจะทำให้ภายในเดือนมิ.ย.63 ขสมก.จะมีรถใหม่วิ่งให้บริการรวม 1,058 คัน แบ่งเป็น รถปรับสภาพ 323 คัน รถเช่าไฮบริดและเอ็นจีวี 700 และรถซื้ออีวี 35 คัน ส่วนปี 64 จะมีรถซื้อไฮบริด 700 คัน และปี65 มีรถซื้อไฮบริด 753 คัน

นายอาคม กล่าวต่อว่า 2.การปรับปรุงเส้นทางเดินรถที่อยู่ระหว่างการปฏิรูปเส้นทางเดินรถ โดยกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)ได้จัดสรรเส้นทางเดินรถให้ ขสมก.137 เส้นทาง   3. การปรับโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดกระชับลง โดยขสมก.จะปรับลดจำนวนพนักงานที่ให้พนักงานเข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (เออร์ลี่ รีไทร์) เนื่องจากจะมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ได้แก่ ระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (อีทิคเก็ต) ระบบจีพีเอส  บริการไวไฟ สมาร์บัสสต๊อบ และการชำระค่าโดยสารผ่านคิวอาร์โค้ด ซึ่งจะให้พนักงานสมัครใจเออร์ลี่ รีไทร์ รวม 5,051 คน วงเงิน 6 ,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ปี 63 จำนวน 635 คน ปี64 จำนวน 2,198 คน และปี 65 จำนวน 2,198 คน โดยมีเป้าหมายลดจำนวนพนักงานประจำรถจากเฉลี่ย 5.14 คนต่อรถ1 คัน เหลือ 2.7 คนต่อรถ 1 คัน ส่วนพนักงานที่เหลือจะมีการปรับเปลี่ยนหน้าที่ให้สอดคล้องกับปริมาณงาน เช่น จะมีพนักงานขับรถหญิงเพิ่มขึ้น เป็นต้น

นายอาคม กล่าวอีกว่า 4.  การพัฒนาเชิงธุรกิจ ซึ่งจะเป็นรายได้เสริมของขสมก.ซึ่งมีเป้าหมายพัฒนาพื้นที่เป็นเชิงพาณิชย์ 2 แห่ง ได้แก่ อู่บางเขน และอู่มีนบุรี และ5.การบริหารหนี้และผลขาดทุนสะสม 128,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ โดยมีข้อเสนอให้กระทรวงการคลังรับภาระหนี้ก่อนนี้ ซึ่งแบ่งเป็นหนี้ประสิทธิภาพ 20% และหนี้นโยบาย 80% ที่เกิดจากการที่ขสมก.ไม่ได้ปรับค่าโดยสารมาเป็นเวลานาน ค่าซ่อมรถเก่า  และค่าน้ำมัน อย่างไรก็ตามอาจจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และขสมก. ในการแยกตัวเลขหนี้ต่างๆ โดยภาระหนี้ดังกล่าวไม่รวมหนี้ใหม่ที่เกิดจากการกู้มาซื้อรถเมล์ใหม่ ทั้งนี้ในแผนฟื้นฟูดังกล่าวไม่ได้มีการระบุวงเงินรวม เนื่องจากจะต้องนำเสนอขออนุมัติจากครม.เป็นรายโครงการไป
           
ด้านนายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผอ.ขสมก.กล่าวว่า สำหรับอัตราค่าโดยสารตามแผนฟื้นฟูนั้นปัจจุบันจนถึงปี 66 จะใช้อัตราค่าโดยสารที่คณะกรรมการขนส่งทางบกกลางเห็นชอบไว้เมื่อปลายปี 61 และในปลายปี 67 จะเสนอขอปรับอัตราค่าโดยสารเพิ่ม 1 บาทต่อเที่ยว ซึ่งจะส่งผลให้ขสมก.เริ่มมีกำไร และเมื่อถึงปี 88 มั่นใจว่าขสมก.จะสามารถชำระหนี้สินก้อนใหม่ได้ทั้งหมด 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 37