อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

ทิสโก้คาดกำไรบจ.ไตรมาส2แตะ1.94 แสนล้านบาท 

บล.ทิสโก้ประเมินกำไร บจ.ไตรมาส 2/62  แตะ1.94 แสนล้านบาท ลดลง 9%  รับผลกระทบเศรษฐกิจชะลอตัว-น้ำมันปรับตัวลง-ตั้งสำรองฯตามกม.แรงงานฉบับใหม่  แนะลงทุนหุ้นมีประเด็นบวกระยะสั้น-จ่ายปันผลระหว่างกาล   อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 เวลา 11.30 น.

 
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์  บล. ทิสโก้ เปิดเผยว่า ประเมินดัชนีหุ้นไทยในระยะสั้นจะเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว และแกว่งตัวพักฐานไปจนถึงช่วงสิ้นเดือนก.ค.นี้  โดยมีกรอบแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1,690 - 1,715 จุด  เป็นผลมาจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 2/ 62 อาจเติบโตลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนหน้า และลดลงเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสก่อน ประกอบกับตลาดหุ้นทั่วโลกรับรู้ข่าวการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไปมากแล้ว และเงินบาทเริ่มกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งหลังธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ปรับเกณฑ์มาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทให้เข้มงวดมากขึ้น 

ทั้งนี้ จากการรวบรวมประมาณการกำไรไตรมาส 2/ 62 ของตลาดโดยรวมทั้งสิ้น133 ตัว (Bloomberg Consensus) ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมคิดเป็น 79% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด (ข้อมูล ณ วันที่ 17 ก.ค.) คาดว่าบริษัทจดทะเบียนไทยจะมีกำไรสุทธิโดยรวมอยู่ที่ 1.94 แสนล้านบาท ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน(QoQ) เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ราคาน้ำมันที่ปรับลง และการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานตามกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ จึงแนะนำให้นักลงทุนความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น และเลือกลงทุนเป็นรายตัว

“การลงทุนในเชิงกลยุทธ์แนะนำหาจังหวะตั้งรับช่วงอ่อนตัวบริเวณแนวรับสำคัญ โดยเน้นลงทุนหุ้นที่มีประเด็นบวกในระยะสั้น คาดงบออกมาดี และ 3.มีปันผลจ่ายระหว่างกาล โดยธีมการลงทุนหลักช่วงนี้ ยังชอบหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ ทั้งในแง่ของการบริโภคและการลงทุน แต่อยากให้นักลงทุนเลือกลงทุนเฉพาะหุ้นที่คาดว่างบจะเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีปันผลจ่ายระหว่างกาล”



สำหรับการประเมินผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยไตรมาสที่  2/ 62 คาดว่ากลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีกำไรรวมตั้งแต่ 10,000 ล้านบาทขึ้นไป จะมีกำไรลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เช่น กลุ่มธนาคารจะมีกำไรลดลง  2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 6% เทียบกับไตรมาสก่อน   กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มีกำไรลดลง 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (CONMAT) มีกำไรลดลง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  และลดลง 22% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และ กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์(PETRO) มีกำไรลดลง 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
  
ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มขนาดกลาง-เล็กที่ฐานกำไรรวมต่ำกว่าระดับ 10,000 ล้านบาท คือกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์  (TRANS) มีกำไรเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน    และเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ (FIN) มีกำไรเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  และเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน กลุ่มประกันภัยและประกันชีวิต(INSUR) มีกำไรเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และกลุ่มธุรกิจการเกษตร (AGRI) มีกำไรเพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  และเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21