อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563

เบี่ยงจราจรห้าแยกลาดพร้าว-วัดสายไหม

รฟม. แจ้งเบี่ยงช่องทางจราจร ถ.พหลโยธินและถ.ลำลูกกา ห้าแยกลาดพร้าว-วัดสายไหม เพื่อยกอุปกรณ์และสร้างงานระบบรางรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต วันที่ 1-31 ส.ค.62 เวลา 22.00-05.00 น. อาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2562 เวลา 14.31 น.


การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า กิจการร่วมค้าสเตค-เอเอส-4 ผู้รับจ้างก่อสร้างงานระบบราง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต สัญญาที่ 4 จะดำเนินการยกอุปกรณ์และก่อสร้างงานระบบรางรถไฟฟ้า จึงมีความจำเป็นต้องเบี่ยงการจราจรบนถนนพหลโยธินและถนนลำลูกกา บริเวณห้าแยกลาดพร้าวถึงวัดสายไหม ในวันพฤหัสบดีที่ 1-31 ส.ค.62 ตั้งแต่เวลา 22.00 -05.00 น. โดยมีรายละเอียดการเบี่ยงช่องจราจรดังต่อไปนี้ 1.กรณีดำเนินงานบนถนนพหลโยธินหรือถนนลำลูกกาฝั่งขาออก จะทำการเบี่ยงช่องทางจราจรบนถนนพหลโยธินหรือถนนลำลูกกาฝั่งขาออกทุกช่องทาง แล้วเบี่ยงขวาไปใช้ช่องทางฝั่งขาเข้าเพื่อเป็นช่องทางฝั่งขาออก 1 ช่องทาง (ทดแทน) ทำให้มีช่องทางจราจรทั้งฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออกคงเหลือฝั่งละ 1 ช่องทาง

2.กรณีดำเนินงานบนถนนพหลโยธินหรือถนนลำลูกกาฝั่งขาเข้า จะทำการเบี่ยงช่องทางจราจรบนถนนพหลโยธินหรือถนนลำลูกกาฝั่งขาเข้าทุกช่องทาง แล้วเบี่ยงขวาไปใช้ช่องทางฝั่งขาออกเพื่อเป็นช่องทางฝั่งขาเข้า 1 ช่องทาง (ทดแทน) ทำให้มีช่องทางจราจรทั้งฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออกคงเหลือฝั่งละ 1 ช่องทาง และ 3.กรณีดำเนินงานบนถนนตัดใหม่ (พหลโยธิน-ลำลูกกา) ฝั่งขาเข้า บริเวณตลาดประตูกรุงเทพ จะทำการเบี่ยงช่องทางจราจรบนถนนตัดใหม่ (พหลโยธิน-ลำลูกกา) ฝั่งขาเข้าทุกช่องทาง สำหรับผู้ใช้เส้นทางจากถนนลำลูกกา ให้ใช้ถนนลำลูกกา (ทดแทน) สำหรับผู้ใช้เส้นทางจากซอยพหลโยธิน 54/4 แยก 3-2 ให้ใช้ถนนประตูกรุงเทพสายเก่า (ทดแทน)

ทั้งนี้การเบี่ยงจราจรเพื่อดำเนินการยกอุปกรณ์และก่อสร้างงานระบบรางรถไฟฟ้า อาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและอาจมีเสียงดังรบกวน ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็น โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทาง และ รฟม. ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ โดยผู้ใช้เส้นทางสามารถสอบถามรายละเอียดการเบี่ยงจราจรได้ที่หมายเลข 0 2115 6000 และติดตามข้อมูลโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.mrta-greenlinenorth.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 26