อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

"แอลทีเอฟ"โค้งสุดท้ายรับลดหย่อนภาษี-ผลตอบแทนสูง8%

“แอลทีเอฟ”โค้งสุดท้ายไม่บูม แค่รอคนตกขบวน แนะถือเกิน 7 ปี แม้ไม่ได้ลดหย่อนภาษี แต่ผลตอบแทนสูง 8% คาดรัฐเหนื่อยโปรโมท“เอสอีเอฟ”เหตุสิทธิลด หนุนใช้แผนออมเงิน จับตาแอลทีเอฟปีหน้าแข่งดุ เพิ่มแรงจูงใจยื้อลูกค้าไม่ให้หนี จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562 เวลา 15.41 น.

น.ส.ดุษณี เกลียวปฏินนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารผลิตภัณฑ์การออม ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนหลังจากนี้ก่อนสิทธิลดหย่อนภาษีของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(แอลทีเอฟ)จะสิ้นสุดในปี 62 คาดว่าจะมีมนุษย์เงินเดือนเข้าซื้อแอลทีเอฟไม่ได้มากนัก เพราะที่ผ่านมาได้ซื้อไปบ้างแล้ว ซึ่งอาจจะเพิ่มกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 30,000-40,000 ล้านบาทเพียงเล็กน้อย ส่วนกองทุนหุ้นยั่งยืน (เอสอีเอฟ)ที่จะเข้ามาทดแทนแอลทีเอฟมองว่าสิทธิทางภาษีลดลงแต่ผลตอบแทนจะอยู่ใกล้เคียงกันที่ 5-8% หากถือครอง 5-7 ปีปฏิทิน ซึ่งเชื่อว่าคนสนใจน้อยแต่ผู้มีรายได้ปานกลางจะได้ประโยชน์มากขึ้น

ทั้งนี้กองทุนเอสอีเอฟขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง คาดจะออกมาใช้ทดแทนแอลทีเอฟในปี 63 เชื่อว่ารัฐบาลจะต้องโปรโมทอย่างมาก และจะเน้นไปแผนการออมมากกว่าเรื่องการลดหย่อนภาษี เพราะเอสอีเอฟให้สิทธิทางภาษีน้อยลง จากเดิมแอลทีเอฟให้สิทธิลดหย่อนไม่เกิน 15% ของเงินได้ หรือไม่เกิน 5 แสนบาท เป็นสิทธิลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ หรือไม่เกิน 2.5 แสนบาท ถือครอง 7 ปีปฏิทิน แต่ส่งผลดีทำให้ผู้ที่มีรายได้ปานกลางได้รับสิทธิสูงสุดมากขึ้น หรือผู้ที่มีรายได้ 30,000-40,000 บาทต่อเดือน จากแอลทีเอฟส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีรายได้สูง

“คนที่ถือแอลทีเอฟไว้อยู่แล้ว ความจริงก็ไม่ต้องรีบขายหากครบการถือครอง 7 ปีปฏิทิน แม้จะไม่ได้สิทธิการลดหย่อนภาษีแต่ผลตอบแทนต่อปีก็มีอยู่สูง 8% ซึ่งนำผลตอบแทนส่วนนี้มาใช้จ่ายภาษี หรือใช้จ่ายในยามเกษียณได้ และมองว่าเป็นการออมเงินได้ในอีกทางหนึ่ง ขณะที่เอสอีเอฟมีการลงทุนหุ้นธรรมาภิบาลผลกำไรอาจไม่ดีแต่ยั่งยืน”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 12