อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

อีพีจีลุยตลาดใน-นอกประเทศยันเป้าโต10%(คลิป)

อีพีจีกางแผนธุรกิจไตรมาส 2 เดินหน้าทำตลาดทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ  พร้อมดึงนำนวัตกรรมใหม่พัฒนาสินค้าออกสู่ตลาดต่อเนื่อง ตั้งเป้าโต 10% จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562 เวลา 18.28 น.


นายภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า  แผนธุรกิจในไตรมาส 2 (ก.ค.-ก.ย.)  บริษัทฯ เน้น 3 ธุรกิจหลัก คือ ฉนวนกันความร้อน/เย็น   ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ และ   ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก  ซึ่งแม้ว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงจากปัญหาสงครามทางการค้าแต่ไม่ได้ทำให้บริษัทฯได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจาก ได้พัฒนาสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตสินค้าเพื่อลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และ ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลง

สำหรับธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex มีปัจจัยสนับสนุนการเติบโต ทั้งจาก ตลาดในประเทศ ได้แก่ โครงการปรับปรุงสนามบิน และ การย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติมายังประเทศไทย  ส่วนตลาดต่างประเทศในสหรัฐอเมริกามีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง และ ประเทศญี่ปุ่น มีโครงการขนาดใหญ่ ได้แก่ สนามกีฬาและ โรงแรมเพื่อรองรับโอลิมปิก 2020 เป็นต้น ในด้านการผลิตในประเทศ โรงงานใหม่คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 62  ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสขยายตลาดของกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้น  

ส่วนธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeoroklas เติบโตได้ดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ประเภทพื้นปูกระบะ (Bed Liner)/ หลังคาครอบกระบะ (Canopy) และ บันไดข้างรถกระบะ (Sidestep) ที่มีความต้องการใช้จากกลุ่มลูกค้าต่อเนื่อง สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ฝาปิดกระบะ (Roller lid) ออกสู่ตลาดแล้ว และ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ จะทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
 


นอกจากนี้ได้ขยายการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตทดแทน เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ในทวีปแอฟริกา   โดยAeroklas ได้ลงทุนในกิจการร่วมค้า Aeroklas Duys (Pty) Ltd. ประเทศแอฟริกาใต้ ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภท อุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ให้กับลูกค้า OEM และลูกค้ารายย่อยทั่วไปในประเทศแอฟริกาใต้ สำหรับธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย TJM Products Pty.Ltd (TJM) ได้ดำเนินการ ปรับโครงสร้างธุรกิจ การสร้างร้านสาขา รวม 3 แห่ง และ การนำระบบ Supplier Partnership Program (SPP) มาใช้ดำเนินการ เป็นต้น
 
ขณะที่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP นั้น  เน้นทำตลาดกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการสินค้ามาตรฐานสูง และกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทกล่องใส่อาหารและถ้วยน้ำดื่ม นอกจากนี้ ามารถปรับเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบประเภท Bio plastic ได้เนื่องจากมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและเครื่องจักรการผลิตโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่ม รวมถึง บริษัทมีแผนที่จะลงทุนขยายไลน์การผลิตบรรจุภัณฑ์ประเภทกระดาษเพื่อสามารถให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร อย่างไรก็ตาม คาดว่าปีนี้รายได้จากการขายเติบโตประมาณ 10% ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่ 60% มาจากการส่งออก ที่เหลือ 40% มาจากในประเทศ จากปีก่อนมีรายได้16,000 ล้านบาท และกำไร 900 ล้านบาท

ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่ากระทบต่อรายได้ของบริษัทฯ บ้างแต่ไม่มากนัก เนื่องจากมีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามาในผลิตในประเทศด้วย แต่ต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เข้ามาดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพแม้ว่าที่ผ่านมาธปท.มีมาตรการสกัดเก็งกำไรค่าเงินแต่ไม่ได้ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่ามากนัก โดยค่าเงินบาทที่เหมาะสมกับส่งออกควรเคลื่อนไหวที่ 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  ด้านสกุลเงินค้าขายส่วนใหญ่เป็นดอลลาร์สหรัฐ ที่เหลือเป็นเงินเยน  หยวน และ ยุโรป


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27