อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562

กสิกรไทยออกตราสารหนี้ใหม่เพิ่มทางเลือกลงทุน

บลจ.กสิกรไทย ส่งกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ โปรแอคทีฟ เพิ่มทางเลือกให้ผู้ลงทุนในยุคที่ดอกเบี้ยต่ำกระจายความเสี่ยง-ปกป้องพอร์ตในภาวะตลาดผันผวน  ไอพีโอ 27 ส.ค. – 9 ก.ย.นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 500 บาท อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562 เวลา 11.00 น.


นายนาวิน อินทรสมบัติ  รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ บลจ.กสิกรไทย  เปิดเผยว่า ได้เปิดขายเค ตราสารหนี้ โปรแอคทีฟ (K-FIXEDPRO)  เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก และยังต้องการรับผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้อยู่ในช่วงดอกเบี้ยต่ำ โดยเปิดเสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) ในระหว่างวันที่ 27 ส.ค. – 9 ก.ย. 62  โดยเป็นกองทุนฯ ที่ต่อยอดมาจากกองทุน K-FIXED และ K-FIXEDPLUS ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งไทย 50% และต่างประเทศ 50% ของพอร์ต โดยไม่มีการลงทุนใน High Yield Bond ทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีได้บนความเสี่ยงที่ไม่มากนัก

ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย มีความเชี่ยวชาญตราสารหนี้ในไทย และ Alliance Bernstein L.P. ผู้เชี่ยวชาญตราสารหนี้ทั่วโลกที่บริหารตราสารหนี้มากกว่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ร่วมมือกันบริหารกองทุนดังกล่าวผ่านกลยุทธ์แบบเชิงรุกที่คัดเลือกตราสารแบบรายตัว และปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมตามสภาวะตลาด โดยมุ่งหวังผลตอบแทนประมาณ 2.5 – 3% ต่อปี


อย่างไรก็ตาม  มีมุมมองบวกต่อตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจาก ตราสารหนี้ภาคเอกชนในเอเชียยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยบริษัทส่วนใหญ่ในเอเชียมีแนวโน้มเติบโตของกำไรสูง และคาดว่าปี 63 บริษัทเอเชียมีการเติบโตของกำไรประมาณ 14% ต่อปี ขณะที่บริษัททั่วโลกมีการเติบโต 10% ต่อปี  ขณะที่ ความสามารถในการชำระหนี้อยู่ในระดับสูง 

สำหรับสถิติย้อนหลัง 30 ปี พบว่า ตราสารหนี้ Investment Grade มีผลขาดทุนสะสมจากการผิดนัดชำระหนี้เฉลี่ยต่ำมากเมื่อเทียบตราสารหนี้ High Yield  ส่วนหุ้นกู้เอเชียมีเสถียรภาพ เนื่องจากผู้ลงทุนหลักเป็นนักลงทุนเอเชีย และ  ผลตอบแทนของหุ้นกู้ในเอเชียมีความน่าสนใจกว่าภูมิภาคอื่น ซึ่งหากพิจารณาที่ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง จะเห็นว่าดัชนีหุ้นกู้เอเชียมีผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยงสูงถึง 1.59   ขณะที่ตราสารหนี้เอกชนทั่วโลกอยู่ที่  1.01  และตลาดเกิดใหม่อยู่ที่ 1.45  ส่วนตลาดตราสารหนี้ไทยยังมีเสถียรภาพในสายตานักลงทุนต่างประเทศที่มองว่าเงินบาทยังแข็งค่าและเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลก อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาประเด็นการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน รวมถึงความเสี่ยงทางการเมืองระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึก (sentiment) ของนักลงทุนต่างประเทศ 

นอกจากนี้เห็นว่าการถือตราสารหนี้ระยะยาวจะช่วยกระจายความเสี่ยง และปกป้องพอร์ตในภาวะตลาดผันผวนได้ ดังนั้น กองทุน K-FIXEDPRO จึงเหมาะกับผู้ที่สามารถลงทุนได้ในระยะเวลา 1 ปีขึ้นไป และต้องการผลตอบแทนมากกว่ากองทุนตราสารหนี้ในประเทศ โดยกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ต่างประเทศ แต่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงมากนัก เริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท  

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21