อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 3 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 3 มิถุนายน 2563

16ก.ย.ดีเดย์เช็คกิ้งพ้อยท์รถโดยสารทั่วประเทศลดอุบัติเหตุ

“ศักดิ์สยาม” เคาะ 2 ก.ย.ดีเดย์ ตรวจรถโดยสารและพนักงานขับรถโดยสารทุกคัน ขณะที่จุดเช็คกิ้งพ้อยท์ เริ่ม 16 ก.ย.นี้ พร้อมกันทั่วประเทศ เล็งขยายผลใช้กับรถบรรทุก และแท็กซี่ ช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน พฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม 2562 เวลา 17.40 น.


เมื่อวันที่ 29 ส.ค.62ที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานมอบนโยบายด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน พร้อมเยี่ยมชมการปฏิบัติงานตรวจสภาพความพร้อมของรถและผู้ขับรถโดยสารสาธารณะ นายศักดิ์สยาม เปิดเผยว่า ได้สั่ง ขบ. ให้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการกำกับดูแล ตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะ และผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะ โดยกำหนดให้ทดสอบสมรรถภาพพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ จำนวน 1,203,790 คน ด้านการมองเห็นสี ปฏิกิริยา สายตาทางกว้างและลึก รวมถึงตรวจสภาพความพร้อมรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ที่ขึ้นทะเบียนกับ ขบ. จำนวน 150,747 คัน โดยทั้งมาตรการตรวจรถและพนักงานขับรถโดยสารจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย.62 เป็นต้นไป ตั้งเป้า 10% ต้องสุ่มตรวจตัวอย่างให้เสร็จ และภายใน 3 เดือนต้องดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการตั้งจุดตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะเข้มข้น (เช็คกิ้งพ้อยท์) ตลอด 24 ชม. บนทางหลวงแผ่นดิน 111 เส้นทาง รวมระยะทาง 22,048 กม. ในสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ จำนวน 245 แห่ง ระยะห่างแห่งละ 90 กม. เพื่อตรวจเช็คความพร้อมพนักงานขับรถ ตรวจทดสอบความพร้อมของรถ สำหรับจุดเช็คกิ้งพ้อยท์ต้องหาจุดที่ไม่อยู่บนถนน เพื่อไม่เพิ่มปัญหาการจราจรติดขัด เบื้องต้นให้ประสานกับสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบความพร้อมของสถานที่ รวมทั้งติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจนว่าเป็นจุดตรวจ ทั้งนี้จุดเช็คกิ้งพ้อยท์ใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 10 นาที ต่อ 1 คัน โดยจะมีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ขณะนี้ ขบ. เตรียมไว้พร้อมแล้ว ทั้งนี้ ขบ. และยินดีที่ปฏิบัติ ตลอด 24 ชม. ทุกวัน ไม่มีวันหยุด ทั้งนี้ระหว่างที่หยุดตรวจให้ผู้โดยสารลงจากรถเพื่อผ่อนคลาย หรือเข้าห้องน้ำ โดยเมื่อตรวจเสร็จผู้โดยสารต้องขึ้นรถทันที เพื่อไม่ให้มีเวลาไปร้านสะดวกซื้อหรือมีโอกาสที่จะไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกกฎหมายได้  ขณะเดียวกันเรื่องดังกล่าวต้องประสานงานหาผู้ที่มีจิตอาสาช่วยดำเนินการด้วย ทำให้เรื่องดังกล่าวประสบความสำเร็จ



นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ขณะนี้รอทางให้สำนักงานขนส่งทั่วประเทศไปประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมกับผู้ปฏิบัติและผู้ประกอบการในพื้นที่ให้เข้าใจตรงกัน คาดว่า 2 สัปดาห์จะทราบแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน หลังจากนั้นจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.62 เป็นต้นไป หากตรวจพบว่ามีรถที่ฝ่าฝืนไม่ยอมเข้าตรวจ จะประสานให้เจ้าหน้าที่ในจุดตรวจต่อไปไปสกัดเพื่อนำรถเข้าตรวจให้ได้ ส่วนกรณีตรวจรถหรือพนักงานขับรถแล้วพบว่าไม่ผ่านตามมาตรฐานของ ขบ. ผู้ประกอบการต้องเตรียมความพร้อมในการที่จะนำรถโดยสาร หรือพนักงานขับรถมาเปลี่ยนทันที ส่วนกรณีที่กระทำผิดและผู้ประกอบการไม่ยอมแก้ไข จะมีมาตรการลงโทษตามความเหมาะสมในแต่ละกรณี จากขั้นต่ำไปถึงขั้นรุนแรง ตั้งแต่ตักเตือน ปรับเงิน พักใช้ใบขับขี่ และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ



นายศักดิ์สยาม กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้เพิ่มมาตรการให้ผู้โดยสารแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียล หรือใบแสดงความคิดเห็นติดภายในรถโดยสารทุกคัน เพื่อประเมินการใช้บริการครอบคลุมทั้ง ตัวรถ อาทิ ที่นั่ง ระบบเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถด้วย อย่างไรก็ตามมาตรการดังกล่าวจะสำเร็จได้ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน ทั้งผู้ประกอบการ พนักงานขับรถ ผู้โดยสาร จิตอาสา เพื่อสู่การปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความมั่นใจและปลอดภัยของประชาชนที่ใช้บริการและผู้ให้บริการด้วย เพราะไม่ต้องการให้เกิดอุบัติเหตุที่ต้องทำให้เกิดความสูญเสียและความเสียใจตามมา หากทำได้ช่วยลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะขยายผลจุดเช็คกิ้งพ้อยท์มาใช้กับรถบรรทุกด้วย เพราะเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการขนส่ง ที่ช่วยลดอุบัติเหตุอีกทางด้วย  สำหรับจุดตรวจรถบรรทุกต้องไม่อยู่บนถนนเช่นกัน แต่จะอยู่บนจุดตรวจรถโดยสารหรือไม่นั้นต้องพิจารณาในเรื่องพื้นทีเพียงพอหรือไม่เพราะรถบรรทุกมีขนาดใหญ่ ค่อนข้างใช้พื้นที่มาก โดยรถบรรทุกจะสุ่มตรวจ เพราะไม่สามารถตรวจทุกคันได้ แต่ต้องการดำเนินการ 100%  รวมทั้งมอบหมายให้ ขบ. ขยายผลจุดเช็คกิ้งพ้อยท์มาใช้กับรถแท็กซี่ด้วย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 37