อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

กสิกรไทยจ่ายปันผล 4 กองทุนแอลทีเอฟพันล้าน

บลจ.กสิกรไทยประกาศจ่ายปันผล 4 กองทุนแอลทีเอฟรวดวงเงิน  1,214 ล้านบาท แนะทยอยเข้าลงทุนรับผลตอบแทนระยะยาว ชี้ตลาดหุ้นไทยผันผวนจากปัจจัยลบต่างประเทศ ประเมินดัชนีปลายปีที่ระดับ 1,700 - 1,750 จุด พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 เวลา 12.00 น.


น.ส.ธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า  เตรียมจ่ายปันผลกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่ 1 ก.ย.62 ถึง 31 ส.ค. 62 จำนวน 4 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาวปันผล (KDLTF) ในอัตรา 0.41 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค 20 ซีเล็คท์หุ้นระยะยาวปันผล (K20SLTF) ในอัตรา 0.30 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค โกรทหุ้นระยะยาวปันผล (KGLTF) ในอัตรา 0.35 บาทต่อหน่วย และกองทุนเปิดเค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (K70LTF) ในอัตรา 0.29 บาทต่อหน่วย โดยมีกำหนดจ่ายปันผลพร้อมกันในวันที่ 13  ก.ย.62 รวมมูลค่า 1,214.77 ล้านบาท

สำหรับกองทุนดังกล่าวมีนโยบายจ่ายปันผลปีละไม่เกิน 2 ครั้ง และมีกลยุทธ์ในการบริหารจัดการกองทุนแบบเชิงรุก (Active Management Strategy) ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าดัชนีชี้วัด ทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับรายได้สม่ำเสมอระหว่างการลงทุน และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยกองทุน KDLTF มีนโยบายที่เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทใหญ่ชั้นนำที่มีปัจจัยพื้นฐานดี หลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม และถือเป็นกองทุนที่มีการจ่ายปันผลสูงสุดเมื่อเทียบกับกองทุน LTF อื่นๆ ของบลจ.กสิกรไทย โดยมีการจ่ายปันผลมาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลา 12 ปี มากถึง 18 ครั้ง เป็นเงิน 8.35 บาทต่อหน่วย 

ส่วนมุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงภายนอกไม่ว่าจะเป็น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่ยังคงมีความยืดเยื้อ  ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ และ ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เกิด Inverted Yield Curve สะท้อนถึงโอกาสการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้นักลงทุนมีความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยที่ทยอยประกาศใช้ น่าจะช่วยรองรับความผันผวนจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกได้บ้าง โดยคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 1,640 – 1,690 จุด ก่อนที่นักลงทุนจะกลับมาให้ความสนใจกับการประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ในเดือน ต.ค. 

ทั้งนี้ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะยาว โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและสภาพคล่องในโลกที่ยังสูง จึงแนะนำให้ทยอยเข้าลงทุน โดยคาดการณ์ SET Index ปลายปีนี้ไว้ที่ระดับ 1,700 - 1,750 จุด   โดยขึ้นกับสถานการณ์ของสงครามการค้าเป็นหลัก สำหรับกลยุทธ์การบริหารจัดการกองทุนหุ้นไทยในช่วงนี้ยังคงเน้นการคัดเลือกหุ้น (Stock Selection) ที่มีแนวโน้มการเติบโตของอัตราผลกำไรอย่างชัดเจน รวมถึงหุ้นที่มีระดับ Valuation ที่เหมาะสม เพื่อกระจายความเสี่ยงและช่วยลดความผันผวนจากสภาวะตลาด 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 22