อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

หวั่นซาอุฯใช้มาตรการรุนแรงตอบโต้ฉุดจีดีพี0.3%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินผลกระทบโรงกลั่นซาอุฯถูกถล่ม หากใช้มาตรการตอบโต้รุนแรงเหตุการณ์ยืดเยื้อดันเงินเพ้อเพิ่ม 0.3% กดจีดีพีลง 0.2-0.3% จันทร์ที่ 16 กันยายน 2562 เวลา 19.26 น.


รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยแจ้งว่า  ได้ประเมินผลกระทบของเหตุการณ์โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ 2 แห่งของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีทางอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมาไว้ 2 กรณี คือ กรณีฐานซาอุดีอาระเบียไม่ได้ใช้ความรุนแรงในการตอบโต้ จะทำให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ 1-2 สัปดาห์ และทยอยปรับตัวลดลงเข้าสู่ระดับเดิมก่อนเกิดสถานการณ์ โดยคาดว่าจะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วง 4 เดือนหลังของปี 2562 ปรับเพิ่มขึ้น 0.05 %จากประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปเดิม ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยตลอดทั้งปีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.84%

สำหรับกรณีที่ซาอุดีอาระเบียใช้ความรุนแรงในการตอบโต้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้ คาดว่า สถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นประกอบกับอุปทานน้ำมันดิบโลกที่ลดลงน่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในระดับที่สูงขึ้นมาอยู่ในกรอบ 70-80 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลในช่วงที่เหลือของปีนี้ จากเดิมที่เคลื่อนไหวใน 50-70 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาและทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยตลอดทั้งปีขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.08% หรือปรับเพิ่มขึ้น 0.3% 
 
 “ ราคาน้ำมันดิบโลกที่ขยับขึ้นจะส่งผลต่อระดับราคา พลังงานในประเทศให้ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งน้ำมันมันดีเซล เบนซิน ก๊าซ NGV รวมถึงก๊าซ LPG ซึ่งจะส่งผล ต่อระดับราคาผู้บริโภคภายในประเทศทั้งทางตรงจากการบริโภคพลังงานที่มีราคาสูงขึ้น และทางอ้อมผ่าน การปรับเพิ่มราคาสินค้าและบริการของผู้ประกอบการหลังแบกรับต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้น เช่น อาหาร ทานนอกบ้าน ค่าโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะค่าโดยสารเรือสาธารณะที่มีการปรับเพิ่มตามราคาน้ำมัน ดีเซลในประเทศ” 
 
 นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลให้การค้าระหว่างประเทศของไทยในปีนี้ เกินดุลลดลง 1,231 ล้านดอลลาร์ฯ ทั้งนี้ได้ประเมินผลกระทบจากการเกินดุลการค้าที่ลดลงจะส่งผลต่อเนื่องไปยังอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ลดลง 0.2-0.3%  ขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐในการดูแลราคาพลังงานในประเทศ อย่างไรก็ตาม การเกินดุลการค้าที่ลดลงอาจจะเป็นปัจจัยที่ช่วยบรรเทาแรงกดดันของค่าเงินบาทที่แข็งค่าจากการเกินดุลการค้าของไทยที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21