อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562

แนะลงทุนกองรีท-เฮลธ์แคร์ รับมือศก.โลกผันผวน

ทิสโก้มองเศรษฐกิจโลก 1-2 ปีข้างหน้าถดถอยผลพวงเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วชะลอตัว โดยเฉพาะสหรัฐ จากผลกระทบสงครามทางการค้า แนะลงทุนกองรีท-เฮลธ์แคร์ในช่วงตลาดเกิดความผันผวน พุธที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 12.00 น.


นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ หัวหน้าที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้  เปิดเผยว่า  สัญญาณบ่งบอกถึงเศรษฐกิจถดถอยในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าเริ่มมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐฯ เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวลงของการจ้างงาน ล่าสุดในเดือนส.ค.ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 130,000 ตําแหน่ง ต่ำกว่าคาดประมาณ 20,000 ตําแหน่ง ซึ่งหากการจ้างงานยังไม่ฟื้นตัวก็จะส่งผลกดดันต่อการบริโภคภาคเอกชนในที่สุด ส่วนทางด้านเศรษฐกิจจีนซึ่งใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลกนั้นพบว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนก.ค.ที่ผ่านมาได้ขยายตัวต่ำสุดในรอบกว่า 17 ปี โดยขยายตัวเพียง 4.8%

สำหรับเศรษฐกิจเยอมันนีซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยูโรโซนก็เริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า และการชะลอตัวของอุปสงค์โลก โดยจีดีพีของเยอรมันนีหดตัวในไตรมาส 2 และมีแนวโน้มหดตัวต่อในไตรมาสที่ 3 นอกจากนี้เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงเรื่องผลความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนในการเจรจา เบร็กซิท ทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ปรับลดจีดีพีโลกปีนี้จากระดับ 3.6% มาอยู่ที่  3.3% ขณะที่ราคาหุ้นทั่วโลกตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ปรับตัวเพิ่มขึ้น  15 - 20% สวนทางกับการคาดการณ์ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะชะลอตัวลง

ส่วนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ทิสโก้เวลธ์ยังคงแนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่ดำเนินธุรกิจสอดคล้องไปกับกระแสหลักของโลก หรือ หุ้นกลุ่ม Megatrend เนื่องจากผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนเหล่านี้มักจะไม่ผันผวนไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจ โดยมีสินทรัพย์การลงทุนที่น่าสนใจลงทุน 2 กลุ่ม คือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่ได้ประโยชน์จากกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอและการย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมืองหลวงและเขตหัวเมืองใหญ่ หรือ Urbanization และหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ (Healthcare) ที่ได้ประโยชน์จากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของหลายประเทศทั่วโลก
 
นางวรสินี เศรษฐบุตร หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้  กล่าวว่า   การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเมกะเทรนด์ของโลก กองรีท  และหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ จะทนทานต่อความผันผวนของเศรษฐกิจได้ดีกว่าหุ้นทั่วไป โดยมีกองทุนแนะนำ 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล ดิจิตอล เฮลธ์ อิควิตี้ (TGHDIGI) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง)  ซึ่งมีนโยบายการลงทุนในหุ้น และใบแสดงสิทธิต่าง ๆ ที่ออกโดยบริษัทที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการแพทย์ (Digital Health) ทั่วโลก

กองทุนเปิด เคแทม เวิลด์ เฮลธ์แคร์ ฟันด์ ชนิดสะสมมูลค่า (KT-HEALTHCARE-A) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง เน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก ที่มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต และกองกองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล รีท (TGREIT) ความเสี่ยงระดับ 8 (เสี่ยงสูงมาก) เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก และลงทุนในประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี ประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรป ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ออสเตรเลีย  

อย่างไรก็ตาม  ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก และอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน   โดยปัจจุบันทิสโก้เวลธ์มีสินทรัพย์ภายใต้การให้คำแนะนำ (Asset under Advice: AUA) เฉพาะส่วนของกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนเกี่ยวกับเฮลธ์แคร์ และรีทกว่า 3,200 ล้านบาท โดยตั้งเป้าในปี 63 จะมี AUA เพิ่มขึ้น 10%   เน้นขยายกลุ่มลูกค้าไปยังลูกค้าระดับกลางมากขึ้น จากเดิมจะเน้นลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงเป็นหลัก พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการซื้อขายสับเปลี่ยนกองทุนผ่านแอปพลิเคชันซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปีหน้า

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 26