อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562

พาณิชย์ดันไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนอาเซียน

​​​​​​​“วีรศักดิ์”สั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับปรุงบัญชีแนบท้ายตามพรบ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวปี 42 รองรับต่างชาติย้ายฐานผลิต หลังได้รับผลกระทบเทรดวอร์ หวังดันไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน  พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562 เวลา 14.22 น.


นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า  กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายพัฒนากฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่ใช้ส่งเสริมและกำกับการลงทุนของคนต่างชาติในประเทศไทยให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และส่งเสริมการค้าการลงทุนของประเทศ และเพื่อตอบสนองนโยบาย Thailand Plus Package ที่เร่งรัดการลงทุนและรองรับการย้ายฐานการผลิตจากผลกระทบสงครามการค้า ซึ่งมติคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ มอบหมายให้กระทรวงฯ ดำเนินการด้านความสะดวกในการประกอบธุรกิจ(Easeof Doing Business) โดยเร่งปรับปรุงบัญชีแนบท้ายตามพรบ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวปี 42  เพื่อการลดอุปสรรคการลงทุนในประเทศไทย 

“ ได้ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าดำเนินการปรับปรุงบัญชีท้ายพรบ.ฯ โดยปัจจัยหลักในการทบทวนคือให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ตอบสนองนโยบายรัฐบาลในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve และ New S-Curve เช่น อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviationand Logistics) และอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) ภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 และเป็นธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการขออนุญาตและกำกับดูแลของภาครัฐ”  

สำหรับในปีนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเสนอรายการธุรกิจ รวมทั้งข้อมูลธุรกิจที่ได้จากการศึกษาหรือที่มีหน่วยงานเสนอเข้าสู่กระบวนการทบทวนและพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาทบทวนประเภทธุรกิจตามบัญชีท้ายพรบ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวปี 42  แล้วจึงนำผลการพิจารณา/ความเห็นของคณะอนุกรรมการฯเสนอต่อคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและสรุปความเห็นเสนอต่อรมว.พาณิชย์ ก่อนดำเนินการตามกระบวนการ/ขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อถอดประเภทธุรกิจออกจากบัญชีท้ายพรบ.ฯ โดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงต่อไป

ทั้งนี้การปรับปรุงประเภทธุรกิจตามบัญชีท้ายพรบ.ฯ ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุน เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการขออนุญาตและการกำกับดูแลของภาครัฐ จะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติในการเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยเกิดความง่ายในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคอาเซียนทำให้เกิดการแข่งขันด้านพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพการให้บริการเป็นกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย สร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดีของประเทศในระยะยาว


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 20