อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

รัฐบาลไทยชู'เบลท์แอนด์โร้ด'จีน เชื่อมความร่วมมือทั่วโลก

จุรินทร์ ร่วมเวที  ChinaAsean Expo ประกาศพร้อมเดินหน้าหนุนการขับเคลื่อนนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง BRI  เกื้อกูลและเปิดกว้างสินค้าและบริการสู่ต่างประเทศ  เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 14.36 น.

นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมพิธีเปิดงาน CAEXPO ครั้งที่ 16 และเป็นหนึ่งในผู้นำคณะในนามรัฐบาลไทยร่วมกล่าวบนเวทีพิธีเปิด โดยนายจุรินทร์ เปิดเผยว่า นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative : BRI) เป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญที่เกื้อกูลเปิดกว้างสู่ต่างประเทศ โดยช่วยขยายความร่วมมือไม่เพียงกับประเทศสมาชิกอาเซียน แต่ยังรวมถึงประเทศในภูมิภาคอื่นๆ ตามแนวเส้นทาง BRI ก่อให้เกิดความเชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจ การพัฒนา และการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน

อย่างไรก็ตามนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาลไทยมีความสอดคล้องกับนโยบายหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง และสามารถเสริมสร้างความเชื่อมโยงกับนโยบายของทั้งสองประเทศได้ในหลายมิติ ช่วยให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกไปสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 และความท้าทายต่างๆในปัจจุบัน ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ สินค้า แรงงาน และประชาชน นำประเทศเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานการผลิตระหว่างกัน เพื่อลดต้นทุนในระบบ Supply Chain ของภูมิ ภาคและนสินค้าและบริการสู่ตลาดโลกต่อไป



ส่วนเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงระหว่างไทย-อาเซียน-จีนนั้น ในปี 62 ประเทศไทยได้ลงทุนคิดเป็นมูลค่ากว่า 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงดังกล่าว ซึ่งโครงการที่สามารถดำเนินการได้ทันทีได้แก่ โครงการขยายท่าเรือแหลมฉบัง โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และโครงการสร้างรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน

"การเดินทางมาเยือนนครหนานหนิงในครั้งนี้ นอกจากนำคณะผู้ประกอบการมาร่วมงาน ChinaAsean Expo แล้ว ได้พาคณะผู้แทนไทยด้านสินค้าเกษตร ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ตลอดจนผลไม้ มาพบและหารือกับภาคธุรกิจของจีน และจะมีการลงนาม MoU ว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตร ระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้าของจีนด้วย"

ส่วนความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP จะเป็นอีกหนึ่งกรอบความสัมพันธ์ทางการค้าที่จะช่วยเพิ่มพูนให้การค้าระหว่างจีนกับอาเซียนมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในโอกาสที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนและประธานการประชุมรัฐมนตรี RCEP ในปีนี้ ตั้งเป้าที่จะเจรจาให้บรรลุข้อตกลง RCEP เพื่อให้ทุกประเทศสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างมีพลวัตและเกิดประโยชน์ที่ยั่งยืน และลดความผันผวนของเศรษฐกิจและการค้าโลก ทั้งนี้ การสรุปผลการเจรจา RCEP จะทำให้อาเซียนและจีนสามารถเข้าสู่ตลาดขนาดใหญ่ ที่มีประชากรรวมกันกว่า 3,500 ล้านคน หรือประชากรกว่าครึ่งโลก มีมูลค่า GDP กว่า 27 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 32% ของมูลค่าจีดีพีโลก

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 29