อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 15 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 15 ตุลาคม 2562

แนะลงทุนหุ้นปลอดภัย หลังเฟดแทงกั๊กทำตลาดผันผวน

"คมศร" หวั่นหุ้นถูกเทขายอีกระลอก หลังเฟดไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยตามตลาดคาด แนะเลี่ยงลงทุนตลาดเกิดใหม่   หันไปซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยทองคำ-รีท-เฮลธ์แคร์   จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562 เวลา 13.45 น.


นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้  เปิดเผยว่า แม้ว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) รอบล่าสุด จะมีมติ 7 ต่อ 3 ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25%  ทำให้ดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ที่ 1.75%-2.00% ตามที่นักลงทุนคาด  แต่สิ่งที่น่ากังวล คือธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดไม่ส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับความคาดหวังของนักลงทุน 

นอกจากนี้นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กล่าวย้ำว่าการลดดอกเบี้ยในครั้งนี้นั้นเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนนโยบายในช่วงกลางวัฏจักร (Mid Cycle Adjustment) และเฟด ยังไม่มีความจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนยังคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้งในปีนี้ และอีก 2 ครั้งในปีหน้า ซึ่งในอนาคตมีความเสี่ยงอย่างมากที่นักลงทุนจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยง หากเฟดไม่ได้ลดดอกเบี้ยลงต่อเนื่องตามที่คาดไว้

“จากการคาดการณ์ดอกเบี้ยของคณะกรรมการเฟด (FOMC Median Dot Plot) ได้ส่งสัญญาณว่าเฟด จะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1.75%-2 %  ไปจนถึงสิ้นปี 63 สวนทางกับนักลงทุนในตลาด Fed Funds Futures ที่ยังมีความคาดหวังสูงว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงอีกอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนยังคาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้งในปีนี้ และอีก 1-2 ครั้งในปี 63 ซึ่งมากกว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่สนับสนุนให้ลดดอกเบี้ยลงมากที่สุดที่มองว่าจะลดดอกเบี้ยลงอีกเพียงครั้งเดียว จึงมีความเสี่ยงที่นักลงทุนอาจผิดหวังหากเฟดลดดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาดไว้ และทำให้เกิดการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นอีกระลอก ” 

ทั้งนี้แนะนำให้นักลงทุนทยอยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน โดยลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่ที่มีความผันผวนสูง และแนวโน้มผลประกอบการยังถูกดดันจากสงครามการค้า รวมทั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ และแนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากการอัดฉีดสภาพคล่องและการลดดอกเบี้ย เช่น ทองคำ และ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และหุ้นในกลุ่มที่ผลกำไรไม่ผันผวนไปตามเศรษฐกิจโลกมากนัก อีกทั้งมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในระยะยาว เช่น กลุ่มเฮลธ์แคร์ (Health Care) เป็นต้น
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 12