อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562

หนี้ครัวเรือนไม่เข้าขั้นวิกฤติ-แบงก์สภาพคล่องสูง (คลิป)

“เชาว์”เผยภาวะหนี้ครัวเรือนไทยระดับ 78-79% ต่อจีดีพีไม่เข้าขั้นวิกฤติ เหตุสถาบันการเงินมีสภาพคล่องสูงแตกต่างวิกฤติ 40 แบงก์- นอนแบงก์คุมเข้มเกณฑ์สินเชื่อรายย่อย ห่วงหนี้นอกระบบเกษตรกร อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562 เวลา 11.00 น.


นายเชาว์  เก่งชน  กรรมการผู้จัดการ  บริษัท  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย  เปิดเผยถึงภาวะหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวขึ้นในระดับ 78-79% ต่อจีดีพีว่า   มีความเสี่ยงกระทบต่อภาคเศรษฐกิจน้อย   เนื่องจากสถาบันการเงินของไทยมีสภาพคล่องมาก และการอนุมัติสินเชื่อรายย่อยที่ผ่านมาสถาบันการเงินมีความระมัดระวัง    โดยโจทย์หนี้ครัวเรือนและคุณภาพสินเชื่อ  ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มีการกำชับมาระยะหนึ่งแล้วทำให้ผู้ปล่อยทุกรายมีการตั้งสำรองตามเกณฑ์ที่ธปท.กำหนด    ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นจะได้ไม่กระตุกทำให้ระบบตึงตัว  และเหตุการณ์ปัจจุบันไม่เหมือนกับเหตุการณ์วิกฤติในปี 40 เมื่อไม่มีสภาพคล่องและการชำระหนี้สะดุดลงกระทบโดมิโนไปทั้งระบบ
 
นอกจากนี้ระบบสถาบันการเงินมีการกำกับดูแลที่ดี   แม้ว่าช่วงนี้ดอกเบี้ยต่ำทำให้เกิดภาวะการณ์ต่าง ๆ  แต่ก็สามารถรับมือได้  ดังนั้นผลกระทบระยะสั้นต่อเศรษฐกิจไม่มี    แต่ผลกระทบจะเกิดมากขึ้นในระยะกลางและระยะยาว  เนื่องจากการก่อหนี้คือ การดึงรายได้ในอนาคตมาใช้ในปัจจุบันเป็นการลดความสามารถในการเก็บออมต่อครัวเรือน  โดยเฉพาะการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น  และอีกไม่กี่ปีไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อย่างสมบูรณ์ตามเกณฑ์ของสหประชาชาติ  ซึ่งประมาณ 14%ของประชากรทั้งหมดจะมีอายุ 65 ปีขึ้นไป น่าจะเป็นปี 65 ทำให้คนจำนวนหนึ่งไม่ได้ทำงาน เพราะเกษียณและมีการออมน้อยคุณภาพชีวิตจะไม่ดี   อย่างไรก็ตาม หากพบว่าการชำระหนี้เริ่มมีปัญหาผู้ปล่อยต้องเตือนลูกค้าแต่เนิ่น ๆ และแนะนำการชำระคืนควรเร่งขึ้นไม่ให้เกณฑ์เกินกรอบที่กำหนด  เพราะหากมีความจำเป็นยังสามารถกู้ต่อได้และไม่ต้องหันไปพึ่งเงินนอกระบบ



“ในแต่ละสังคมบรรทัดฐานน่าเป็นห่วงไม่เหมือนกัน เพราะมีตัวแปรมาก  เช่น สวัสดิการที่ประชาชนได้รับจากภาครัฐบาล และสังคมที่มีระบบการดูแลประชากรที่ดีการรักษาพยาบาลภาระจะไปตกที่รัฐบาล ประชากรจ่ายภาษีที่สูงในการทำงานจะได้รับการดูแลที่ดีหลังเกษียณถือเป็นการออมภาคบังคับ  ส่วนสังคมที่ภาษีเก็บต่ำประชาชนต้องออมเองและถ้าประชากรมีอายุยืนจะเป็นปัญหากลับมาภาครัฐ เพราะการใช้รักษาพยาบาลในระบบถ้วนหน้าของรัฐ และงบสาธารณสุขหากเจ็บป่วยเพิ่มก็เป็นภาระภาครัฐใน 10-20 ปีข้างหน้า   ส่วนหนี้ครัวเรือนไทยเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนนั้น   เห็นว่าเราควรดูตัวเราเองเหมาะสมที่สุด เพราะหนี้บางไตรมาสสัดส่วนต่อจีดีพีลดถ้าจีดีพีขยายตัวได้ดี”
 
นอกจากนี้การที่ธปท.เตรียมใช้เกณฑ์ควบคุมการกำหนดภาระหนี้ต่อรายได้ หรือดีเอสอาร์   ที่จะบังคับใช้ แต่ได้เลื่อนไปนั้นต้องการคุมสัดส่วนภาระหนี้ที่ลูกหนี้มีทั้งหมด ถ้าเกินเท่าไหร่สถาบันการเงินจะไม่สามารถปล่อยสินเชื่อได้   และที่ผ่านมากองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟระบุไว้ว่าไม่ควรเกิน 40%  แต่ของไทยอยู่ 33%  จึงไม่ถึงจุดที่มีปัญหา    
 
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่น่ากังวลคือหนี้นอกระบบ สำหรับประชากรที่มีรายได้ต่ำ  โดยเฉพาะชนบทภาคเกษตรปัญหาก่อหนี้เกิดจากรายได้ไม่พอกับการใช้จ่ายทำให้มีปัญหา   ซึ่งการแก้ปัญหาภาคเกษตรจะทำให้หนี้ลดลงต้องเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรแต่เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก  เพราะสินค้าเกษตรไม่ดีผลผลิตถูกกระทบภัยแล้งและน้ำท่วม ราคาควบคุมไม่ได้จึงทำให้ต้องพึ่งการก่อหนี้นอกระบบ  ส่วนการแก้ปัญหาอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติเรื่องปฏิรูปการเกษตรนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิต  
 
 “ ภาระหนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการขยายตัวของสังคมเมือง ทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัย  เช่าซื้อยานพาหนะรถยนต์-มอเตอร์ไซค์  ไลฟ์สไตล์คนเมือง  ธปท.ดูแลคนเมืองผ่านกลไกลสถาบันการเงิน  แต่เกษตรมีกลไกลธกส. ดูแลปลายเหตุจึงจำเป็นต้องนำไปสู่การปฏิรูปภาคเกษตร   เนื่องจากปัจจุบันเกษตกรเป็นรายย่อยมากทำให้ไม่สามารถแก้ผลผลิตล้นตลาดทำให้ราคาสินค้าตกต่ำได้  และการควบคุมการเพาะปลูกลำบาก”
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%