อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

โบรกแนะจับจังหวะลงทุนหุ้น-รับมือตลาดผันผวน(คลิป)

โบรกมองหุ้นไทยสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 1,580-1,640 จุด เผยช่วงตลาดผันผวนแนะลงทุนในหุ้นไฟ แนนซ์- ปันผลสูง -หุ้นปลอดภัย ลุ้นเฟดลดดอกเบี้ยหนุนดัชนีฟื้น เกาะติดการประกาศงบไตรมาส 3 ของหุ้นบิ๊กแคป อาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2562 เวลา 16.00 น.


นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย)  เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับฐานลง 2% มาจากแรงขายหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังจากที่ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยออกมาให้ภาพรวมมุมมองธุรกิจปีหน้าค่อนข้างแย่ เช่น หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลปรับตัวขึ้นและการเติบโตของสินเชื่อชะลอตัวลง ทำให้หุ้นกลุ่มแบงก์พาณิชย์ถูกเทขาย  โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่  เช่น KBANK,  SCB,  KTB,  BBL  ขณะที่รับเหมาก่อสร้างปรับตัวลงจากภาพรวมการแข่งขันที่สูง เนื่องจากผู้ประกอบการจีนจีนเข้ามาแข่งเสนอราคาโครงการต่าง ๆ และโครงการบางส่วนล่าช้าทำให้หุ้นถูกเทขายช่วงที่ผ่านมา

ส่วนภาพรวมตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือเอฟโอเอ็มซีในวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ ตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% อาจจะเยียวยาเศรษฐกิจยุโรป สหรัฐและโลกที่แย่ดีขึ้นและมีโอกาสทำให้ตลาดดีดกลับได้ หากเฟดลดดอกเบี้ยเป็นไปตามตลาดคาดดัชนีอาจจะบวกเล็ก ๆ  แต่ถ้าสวนตลาดโดยไม่ปรับลดดอกเบี้ยอาจกดตลาดหุ้นได้เช่นกัน

สำหรับยุโรปมีปัญหาเรื่องเบร็กซิท หรือการนำอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป(อียู)  ซึ่งเข้าสู่เส้นตาย 31 ต.ค.นี้ ต้องจับตาดูว่าอังกฤษยื่นขอเลื่อนเส้นตายออกไปแล้ว  ยุโรปเห็นด้วยหรือไม่ และการเลื่อนเส้นตายจะเป็น 3 เดือนหรือสิ้นม.ค. 63 หรือไม่  ด้านปัจจัยภายในประเทศเป็นช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการประกาศงบของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ถ้าดูกำไรสุทธิถือว่าดีกว่าที่ตลาดคาด   แต่ถ้าดูคุณภาพสินเชื่อยังไม่ดีเห็นได้จากสัญญานเอ็นพีแอลปรับตัวขึ้นทำให้ตลาดกังวลและนักวิเคราะห์อาจปรับประมาณการผลประกอบการในปีนี้  โดยเฉพาะแบงก์ขนาดใหญ่ แนะชะลอลงทุนไปก่อน 



ขณะที่หุ้นบิ๊กแคปที่ต้องติดตามเรื่องการประกาศงบ เช่น SCC , HMPRO,PTTEP ,   และ ADVANC  อาจทำให้ทิศทางตลาดผันผวนตามเคลื่อนไหวของหุ้นดังกล่าว  โดยหุ้น SCC สัญญาณไตรมาส 3 ไม่ดี  เพราะสัดส่วน 70% เป็นปิ โตรเคมี   และผ่านเข้าสู่เดือนต.ค. ก็ยังไม่เห็นการฟื้นตัวและราคาหุ้นตอบรับเชิงลบปรับลงมาเรื่อย ๆ ต้องดูว่ากำไรดีกว่าตลาดคาดการณ์หรือไม่ 

หุ้น PTTEP   ขึ้นกับ 3 ปัจจัยคือดีมานถ้าปลดล็อคสงครามทางการค้าทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่ม  แต่ถ้ายืดเยื้อจะกดราคาหุ้นลง  ส่วนอุปทานมีสัญญาณเชิงบวกถ้าราคาน้ำมันทรงตัวไม่สูงมาก คาดว่าในการประชุมโอเปกประชุม 5-6 ธ.ค.มีโอกาสลดกำลังการผลิตน้ำมันช่วยคัทซัพพลายให้บาลานซ์กับดีมานและทำให้ราคาน้ำมันกลับมาเป็นบวก  แต่ประเด็นสุดท้ายเป็นเรื่องความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างสหรัฐฯ กับตุรกี  หากปลดล็อคการคว่ำบาตรได้ก็จะส่งผลดีต่อหุ้น 

ขณะที่  ADVANC  ตลาดคาดการณ์กำไรไตรมาส 3 ดีแตะระดับ  8,500 ล้านบาทปรับขึ้นหากเทียบกับ QoQ และ YoY    แต่ต้องดูรายได้ต่อเลขหมายหรืออาปู้ขยับขึ้นหรือไม่ถ้าปรับเพิ่มขึ้นจะเป็นผลดีต่อธุรกิจ แต่ประเด็นที่ต้องติดตามคือการประมูล 5 จี ถ้าเริ่มต้นประมูลปีหน้าและราคาสูงจะเป็นจุดหนึ่งกังวลได้เหมือนกัน ปิดท้ายหุ้นกลุ่มพลังงานจะรายงานต้นเดือนพ.ย.นี้อาจทำให้ภาพรวมตลาดผันผวนได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นไทยถ้าหลุด 1,600  จุด มีผลทางด้านจิตวิทยาและกราฟทางเทคนิค อาจปรับตัวลงไปที่  1,580 จุด และกรอบแนวต้านอยู่ที่  1,620-1,640 จุด ท่ามกลางตลาดมีความเสี่ยงและเทรนด์แนวโน้มดอกเบี้ยขาลง แนะลงทุนหุ้นปันผล  และหุ้นที่รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมาดีและส่งผลดีต่อไตรมาส 4  เช่น   หุ้นไฟแนนซ์ หุ้นปันผลสูง กลุ่มปลอดภัย และหุ้นขนส่ง แม้ว่าภาวะตลาดผันผวนยากต่อการลงทุนถ้ามีกลยุทธ์การลงทุนที่ถูกต้องอาจหากำไรจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้น และหุ้นที่หลีกเลี่ยง เช่น ปิโตรเคมี  แบงก์พาณิชย์  ส่วนหุ้นกลุ่มไฟฟ้าเป็นหุ้นทีต้องมอนิเตอร์ใกล้ชิด


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 52