อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

"จุรินทร์"นำทัพขายยาง-ข้าว-มันตุรกีวันเดียว3.5พันล้านบ.

“จุรินทร์” นำทัพเอ็มโอยูธุรกิจตุรกี-ไทย วันเดียวยอดทะลุ  3.5 พันล้านบาท ยางพารา-ข้าว-มันสำปะหลัง-อาหาร พร้อมเร่งจรดปากกาเอฟทีเอไทย – ตุรกีตั้งเป้ากลายปี 63   เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562 เวลา 16.30 น.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงนามข้อตกลง หรือเอ็มโอยู ในกลุ่มสินค้ายางพารา และผลิตภัณฑ์ สินค้าอาหาร ระหว่างนักธุรกิจไทยและตุรกี นายจุรินทร์ ตุรกีถือเป็นประเทศที่มีตลาดขนาดใหญ่มีประชากรมากถึง 80 ล้านคนมีนักท่องเที่ยวมาเยือนในแต่ละปีมากกว่า 40 ล้านคนและที่สำคัญตุรกีตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ทางการค้าที่มีความสำคัญเป็นประตูสู่ 3 ทวีป คือทั้งทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกาสามารถเชื่อมต่อการค้าได้ทั้งทางด้านเหนือ-ใต้-ตะวันตก-ตะวันออก จึงเป็นตลาดที่ประเทศไทยเห็นว่ามีศักยภาพ และตุรกีเป็นตลาดที่มีความสำพันธ์ที่ดีกับประเทศไทย

ทั้งนี้ไทย – ตุรกี อยู่ระหว่างการเจรจาเอฟทีเอระหว่างกัน  เพื่อให้เป็นประตูการค้าระหว่างกันที่สำคัญ  ซึ่งตนได้คุยกับปลัดกระทรวงพาณิชย์  ได้ตั้งเป้าหมายว่าอยากจะเห็นเอฟทีเอ ไทย -  ตุรกี เสร็จในกลางปีหน้า  ซึ่งการทำ เอฟทีเอนั้น แม้ว่าทั้งไทย และตุรกี จะมีศักยภาพในอุตสาหกรรมเดียวกันและมีความใกล้เคียงกัน  ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์อุตสาหกรรมยางพารา อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมอัญมณี อุตสาหกรรมการเกษตร และอุตสาหกรรมอาหาร แต่ว่า เอฟทีเอ จะส่งผลให้การค้าทั้งไทยและตุรกีนั้นมีความเกื้อกูลกันมากกว่าที่จะแข่งขันกันเอง

อย่างไรก็ตามผลที่คาดหวังหลังจากเอฟทีเอไทยตุรกีเสร็จสิ้นคาดว่า ในปี  65 การค้าระหว่างไทยตุรกีจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ   ซึ่งรัฐบาลไทย ให้ความสำคัญกับสินค้ายางพาราเป็นอย่างยิ่ง เพราะประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกยางพารารายสำคัญของโลกสินค้ายางพาราไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานระดับสากล ซึ่งสอดรับกับที่ตุรกีเป็นประเทศนำเข้ายางพารา  และผลิตภัณฑ์ยางรายสำคัญของโลกจึงเป็นโอกาสดี ที่จะร่วมมือกันยกระดับตัวเลขการค้า  และการลงทุนในอุตสาหกรรมยางพาราให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป

รายงานข่าวจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  แจ้งว่า การลงนามข้อตกลง ในกลุ่มสินค้ายางพารา และผลิตภัณฑ์ สินค้าอาหาร ระหว่างนักธุรกิจไทยและตุรกี โดยรวมยอดเฉพาะช่วงเช้าวันที่ 16 พ.ย. 62 ทั้งยางพารา 60,000 ตัน มูลค่า 2,727 ข้าว 6,000 ตัน มูลค่า 85 ล้านบาท และมันสำปะหลัง 150,000 ตัน มูลค่า 650 ล้านบาท  และซอลปรุงรส 10 ล้านบาท รวมมูลค่าเบื้องต้น 3,512 ล้านบาท

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32