อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562

เอกชนโอดเข้าไม่ถึงเงินทุนแบงก์ทำธุรกิจลำบาก

แกรนท์ธอนตัน สำรวจภาคธุรกิจกังวลเข้าถึงเงินทุนจากแบงก์ยาก เหตุหนี้สูง-เข้มงวด ทำธุรกิจเติบโตลำบาก ส่วนดัชนีเชื่อมั่นธุรกิจไทยยังต่ำ แม้เพิ่มจาก 0% มาเป็น 17% พร้อมแนะภาคธุรกิจปรับตัวใช้ออโตเมชั่นทดแทนแรงงานน้อยลงในอนาคต พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13.23 น.

นายธันวา มหิทธิวาณิชชา หุ้นส่วนของแกรนท์ ธอนตัน ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้สำรวจภาคธุรกิจในไทยช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้พบว่า กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ มีความกังวลเรื่องการขาดแคลนเงินทุนมากโดยเพิ่มขึ้นกว่าครึ่งปีหลังในปี 61 ถึง 10% มาอยู่ที่ 58% จาก 48% เนื่องจากมีความยากลำบากในการขอสินเชื่อใหม่จากสถาบันการเงิน ซึ่งมาจากธนาคารแห่งประเทศไทยเพิ่มความเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อ เพราะระดับหนี้สูงและมีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)จำนวนมาก ทำให้เป็นข้อจำกัดในการเติบโตของภาคธุรกิจไทย

ทั้งนี้แหล่งเงินทุนของธุรกิจขนาดใหญ่ยังไม่มีปัญหา แต่ถ้าธุรกิจขนาดกลางลงมาจะเข้าถึงเงินทุนยาก โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ และค้าปลีกที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว เพราะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมายอดขายหายไปถึง 50% แม้นักท่องเที่ยวไม่ได้หายไป แต่มีการใช้จ่ายน้อยลงและอยู่ในไทยสั้นลง ขณะเดียวกันภาคธุรกิจยังต้องปรับตัวให้เร็ว สนับสนุนให้ใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานที่กำลังจะน้อยลงในอนาคต ส่วนปัญหาการจ้างงานลดในขณะนี้เชื่อว่าเป็นระยะสั้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก

นายเอียน แพสโค ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วนของแกรนท์ ธอนตัน ในประเทศไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของไทยในภาพรวมครึ่งแรกของปี 62 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 17% จาก 0% ในครึ่งหลังของปี 61แม้จะเพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ในระดับต่ำมาก ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 21 จาก 33 ประเทศที่ทำการสำรวจ อาจเป็นสัญญาณว่าผู้นำธุรกิจในไทยอยากเห็นเศรษฐกิจในระยะยาวมีเสถียรภาพ รวมทั้งต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาลก่อนจะวางแผนสร้างการเติบโตทางธุรกิจในช่วงถัดไป



นอกจากนี้ภาคธุรกิจไทยยังประเมินความผันผวนทางเศรษฐกิจในระดับสูงสุดที่ 75% เพิ่มขึ้นจาก 72% ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 61 เนื่องจากสถานการณ์วุ่นวายทางการเมือง ข้อตกลงทางการค้าที่ยังไม่ได้ข้อยุติ การอนุมัติงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลประจำปี 63 ที่ล่าช้าไปหลายเดือน ความไม่ชัดเจนเหล่านี้ยังส่งผลต่อเนื่องไปยังแนวโน้มธุรกิจภายในประเทศด้วย และจะต่อเนื่องไปจนถึงปี 63 โดยประเมินเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะขยายตัวได้ต่ำกว่า 3%

“ประเทศไทยยังมีโอกาสจะได้รับประโยชน์จากข้อเสนอตามความตกลงการค้าเสรีร่วมกับยุโรป อาเซียน และประเทศกลุ่มหุ้นส่วนสองฟากฝั่งแปซิฟิก ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงใดได้รับการยืนยัน นอกจากนี้แผนการพัฒนาต่างๆ ของประเทศไทยแม้กระทั่งไทยแลนด์ 4.0 เองก็ยังไม่เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทยจึงยังคงรอดูท่าที และอีกหลายเดือนต่อจากนี้ประเด็นเหล่านี้จะเป็นตัวแปรที่สำคัญ”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%