อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563

 ทิสโก้คาดหุ้นเอเชียเนื้อหอม! แนะเก็บหุ้นปันผล(คลิป)

บล.ทิสโก้คาดนักลงทุนโยกเม็ดเงินลงทุนเข้าซื้อหุ้นแลกการ์ดในเอเชียแทนหุ้นในตลาดพัฒนาแล้วหลังจากปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้  แนะหุ้นปันผลเด่นในช่วงเศรษฐกิจโลกผันผวน  อาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563 เวลา 17.08 น.


นายวิวัฒน์   เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า  ภาพรวมตลาดหุ้นโลกปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีทองของตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว  ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป  ตามดัชนี MSCI Develop Market  ขึ้น 25% ที่ขึ้่นมากเป็น NASDAQ   30% ส่งผลให้กองทุนโกลบอลเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นดีในปีที่แล้ว และให้ผลตอบแทนลงทุน  28-30%

สำหรับตลาดเกิดใหม่ หรือ Emerging Market ขึ้นไปกว่า 15% แต่ตลาดหุ้นไทยขึ้นเพียง 1% มาเลเซียติดลบ 3% หุ้นกลุ่ม TIPอินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์ 2-4 %  ซึ่งตลาดหุ้นไทยถือปรับตัวขึ้นน้อยกว่าเพื่อนบ้าน หรือUnderperform เป็นผลมาจากการ ปรับลดกำไรของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงกรณีธปท.ให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับใหม่ หรือ IFRS9 มาใช้ต้นปีนี้ทำให้มีความกังวลตัวเลขบัญชีและเอ็นพีแอลเพิ่ม  รวมถึงการเบิกจ่ายภาครัฐช้าทำให้ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนปีที่ผ่านมาติดลบ 3%  ส่วนปีนี้คาดว่าจะดีขึ้นจากฐานปีที่แล้วต่ำ
 
ด้านปัจจัยลบต่างประเทศที่ผ่านนายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์  รองนายรัฐมนตรีกังวลเริ่มคลี่คลาย  ทั้งเทรดวอร์ และเงินบาทเริ่มกลับมาอ่อนค่าลง จากเดิมแข็งค่า ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาร่วมกันดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ จากก่อนหน้านี้แตะระดับต่ำสุด  29.8  บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยประเมินค่าเงินบาทไว้ที่  29.5-32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  นอกจากนี้เชื่อว่าการเบิกจ่ายงบปี 63 จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศ  แม้ว่ารัฐมีปัญหาเสียงปริ่มน้ำและถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ  แต่เชื่อว่านโยบายเบิกจ่ายงบลงทุนเป็นเคพีไอส่วนหนึ่งของภาครัฐและทำให้หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างฟื้นตัว    คาดว่าจีดีพีปีนี้โต 2.6-% จากปีที่แล้ว 2.5%  ซึ่งนโยบายภาครัฐเป็นหัวหอกในการเร่งการลงทุน
 


นอกกจานี้ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยอัพไซด์ไม่มาก ประเมินแนวรับที่ 1,540-1,560 จุด แนวต้านที่ 1,680 จุด  พีอี 18 เท่า ถือว่าแพงแต่น้อยกว่าหากเทียบกับหุ้นทั่วโลก  เช่น S&P 500 ของสหรัฐฯ เดิมค่าเฉลี่ยพีอี 18 เท่า แต่ขณะนี้ 21 เท่า ยุโรป  23 เท่า  ส่วนตลาดหุ้นเอเชียบางประเทศถูก เช่น จีน 11  เท่า  อย่างไรก็ตาม มองว่าหุ้นที่ขึ้นน้อยปีที่แล้วในปีนี้Outperform แต่หุ้นที่ขึ้นมากปีที่แล้วปีนี้ Underperform  ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นจ่ายเงินปันผลดี เช่น กลุ่มแบงก์   อสังหาริมทรัพย์  สื่อสาร  และพลังงาน  ค้าปลีก  และนิคมอุตสาหกรรมรองรับโครงการอีอีซี
 
“มองตลาดหุ้นโลกทั้งปีไซด์เวย์หรือไซด์เวย์อัพในไตรมาส 1 โดยในไตรมาส 2  จะปรับตัวลง จะมากลงหรือน้อยขึ้นกับปัจจัยพื้นฐานแต่ละประเทศ  แต่ถ้าประเทศไหนขึ้นมาเยอะจะลงเยอะ เช่น สหรัฐฯ และยุโรป โดยการปรับฐานจะอยู่ที่ 10-15%  แต่ไม่ถึง 20%    โดยมีการขายหุ้นที่พีอีสูงมาซื้อหุ้นที่แลกการ์ด คาดว่าขายหุ้นในสหรัฐฯ และยุโรปมาซื้อหุ้นในแถบเอเชียมากขึ้น ส่วนประเด็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยตลาดยังไม่ได้กังวลในประเด็นนี้”  

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 24