อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563

คาดหุ้นค้าปลีก-พลังงาน-สื่อสารฟื้นหลังตรุษจีน

"ณัฐพล" มองหุ้นไทยหลังตรุษจีนมีโอกาสฟื้นตัวใน 3 กลุ่ม ทั้งค้าปลีก-พลังงาน-สื่อสาร เหตุปันผลสูง-งบไตรมาส 1/63 เด่น  ศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563 เวลา 12.48 น.


นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. หยวนต้า  เปิดเผยว่า  ขนาดเศรษฐกิจและตลาดการเงินของจีนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และการท่องเที่ยวรวมถึงการจับจ่ายใช้สอยของคนจีนมีผลต่อตลาดการเงินทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ  จึงได้ศึกษาข้อมูลการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ลงทุนในช่วงก่อนและหลังตรุษจีน 5 วัน  10 วัน  และ 20 วันทำการ ซึ่งเป็นช่วงเฉลิมฉลองของคนจีนทั่วโลกว่ามีความสัมพันธ์กับตลาดการเงินไทยหรือไม่พบว่า SET INDEX ไม่มีความสัมพันธ์ เพราะเป็นช่วงประกาศงบปีของบริษัทจดทะเบียน หุ้นแต่ละตัวจะเคลื่อนไหวตามคาดการณ์ผลประกอบการและการจ่ายปันผล  

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวขึ้นได้ดี หลังผ่านตรุษจีนไป 20 วันทำการ คือ ค้าปลีก บวก0.6%  สื่อสาร 1.8% และพลังงาน 0.4%   ขณะที่หุ้นที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก 3 ใน 5 ปี เช่น  ADVANC , HANA, JMT, PSL , SAWAD, TASCO  ขณะที่มูลค่าการซื้อขายของ SET INDEX ช่วงก่อนตรุษจีน 5 วันทำการจะหายไปเฉลี่ย 23% แต่จะฟื้นกลับเร็วหลังผ่านตรุษจีนไป 5 วันทำการเฉลี่ยบวก 23% เช่นกัน 

นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติเป็นฝ่ายขายสุทธิ โดยถ้าย้อนหลังไป 5 ปี (ปี 58-62) มีเพียงปี 59 ที่ต่างชาติซื้อสุทธิ นอกนั้นเป็นขายสุทธิเฉลี่ย  2,229  -5,744 ล้านบาทในช่วง 5- 20 วันทำการหลังตรุษจีน  ขณะที่เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่า หลังผ่านตรุษจีนไป 5 วันทำการ อ่อนค่าเฉลี่ย 0.2% ผ่านไป 10 วันทำการ อ่อนค่าเฉลี่ย 0.1%  และ 20 วันทำการ อ่อนค่าเฉลี่ย 0.7% 

ตลาดหุ้นจีนและสหรัฐฯปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี ตลาดหุ้นจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.7% ใน 20 วันทำการหลังตรุษจีน และ S&P500 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.4% ใน 20 วันทำการหลังตรุษจีน โดยตลาดหุ้นจีนมีค่าความน่าจะเป็นในการให้ผลตอบแทนเป็นบวกช่วง 5 ปีที่ผ่านมาสูงถึง 100% ขณะที่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯมีค่าความน่าจะเป็นที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกอยู่ที่ 80%  สำหรับราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.0% ใน 20 วันทำการหลังตรุษจีน และราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.5%   โดยทั้งทองคำและน้ำมันดิบ Brent มีค่าความน่าจะเป็นในการให้ผลตอบแทนเป็นบวกช่วง 5 ปีที่ผ่านมาสูงถึง 75% 

อย่างไรก็ตาม จากการพบผู้ติดเชื้อปอดอักเสบที่เมืองอู่ฮั่นและเกิดการแพร่ระบาดจากคนสู่คน ทำให้การจับจ่ายใช้สอยและการท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนอาจไม่คึกคักเหมือนทุกปี โดยกระทรวงพาณิชย์จีนรายงานยอดจับจ่ายใช้สอยในห้างค้าปลีกและร้านอาหารปี 62 สูงถึง 1 ล้านล้านหยวน ขณะที่ การท่องเที่ยวมีมูลค่า 5 แสนล้านหยวน และที่สำคัญคือ พบผู้ติดเชื้อกระจายไปยังนอกประเทศจีนซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ทำให้การท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีมากกว่า 450 ล้านทริปในช่วงตรุษจีนอาจโตชะลอจากปีก่อนที่ 7.6%  

ทั้งนี้ด้านกลยุทธ์การลงทุนหลังตรุษจีน ในช่วง 20 วันทำการข้างหน้าแนะนำหุ้นที่มีสถิติหลังตรุษจีนที่ดีมีปันผล และงบ 1/63 ยังมีการเติบโตหากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่น  ADVANC, CPF, DELTA, KTB, PTT นอกจากนี้ เราแนะนำให้กระจายการลงทุนไปทองคำ น้ำมัน และหุ้นต่างประเทศ ผ่านกองทุน K-GOLD กองทุน K-Oil กองทุน KFACHINA-A และ UGQG ตามสัดส่วนการลงทุนที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้  



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%