อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563

หวั่นโคโรนาระบาดกดหุ้นโลก-หุ้นไทยดิ่ง (คลิป)

โบรกวิตกโรคไวรัสโคโรนาระบาดหนักฉุดเศรษฐกิจ-หุ้นโลก-หุ้นไทยร่วง  พร้อมเกาะติดประชุมเฟด-การเมืองในประเทศ   ชูหุ้นปันผลที่ให้ dividend yield สูงรับมือตลาดผันผวน เลี่ยงหุ้นโรงแรม-ท่องเที่ยว อาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2563 เวลา 18.45 น.

  
นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บล. เอเชียพลัส  เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ประเมินกรอบการลงทุน 1,555 จุด -1,585 จุด  ซึ่งมีหลายประเด็นที่มีอิทธิพลต่อการลงทุนและกดดันตลาด โดยเฉพาะไวรัสโคโรนาต้องดูว่ารุนแรงและมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นหรือไม่  และกรณีจีนประกาศภาวะฉุกเฉินสูงสุดทั่วประเทศห้ามคนเข้าออกนั้น ถือเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นโลก  และคาดว่าจะทำให้เงินบาทอ่อนค่าส่งผลกระทบต่อ Fund Flow ไหลออก

นอกจากนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางโลก เช่น ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดวันที่ 28-29 ม.ค. คาดว่าจะไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายด้านการเงิน ด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ 1.75% เหมือนเดิม  และวันที่  31 ม.ค.การลงประชามติการออกจากเบร็กซิทของอังกฤษจากยุโรป ส่วนในประเทศให้น้ำหนักไปที่การประกาศงบไตรมาส 4/62 ของหุ้นกลุ่ม Real Sector  เช่น พลังงาน ภาคการผลิต ต้องติดตามว่ากำไรดีกว่าคาดหรือไม่ และสุดท้ายให้น้ำหนักด้านการเมือง ทั้งการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และการเบิกจ่ายงบประมาณปี 63 สามารถทำตามแผนที่วางไว้หรือไม่

 


สำหรับตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับฐานลงหลังจากที่ขึ้นไปทดสอบระดับ 1,600 จุด สอดคล้องกับหลายประเทศ มาจากปัจจัย 4 ประเด็นหลักคือ1.กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟปรับลดจีดีพีของโลกลงติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6 ลงเหลือ 3.3% จากเดิมตั้งไว้ 3.4% และถ้าดูรายประเทศปรับลงทุกประเทศทำให้ตลาดมองว่าเศรษฐกิจปีนี้ไม่สดใสมากนัก โดยเฉพาะกำแพงภาษีของสหรัฐฯและจีนที่ยังมีอยู่ในปีนี้  และผลกระทบที่เกิดขึ้นในรอบที่ 3 และ 4.1 ของสหรัฐฯและจีน  คาดว่าจะกระทบเศรษฐกิจโลกในปีนี้  2. การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้เกิดการกังวลการแพร่กระจายและยืดเยื้ออนาคตกดดันหุ้นสายการบินและโรงแรม

3.การเบิกจ่ายงบประมาณปี 63 มีสัญญาณล่าช้า เนื่องจากการพิจารณาร่างงบประมาณถูกเลื่อนออกไป ก่อนหน้านี้ตลาดคาดว่าจะขึ้นทูลเกล้าได้ปลายเดือนม.ค.และเบิกจ่ายก.พ. แต่ขณะนี้อาจเลื่อนไปเดือนเม.ย.ทำให้ระยะเวลาที่เหลือของการเบิกจ่ายงบลดลง  ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหุ้นในกลุ่มรับเหมา เช่น CK,STEC,ITD 4. การประกาศงบไตรมาส 4/62  นำโดยกลุ่มแบงก์ พบว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากทิศทางเศรษฐกิจปีนี้มีสัญญาณชะลอตัวลงกดกำไรกลุ่มแบงก์ โดยเฉพาะSCB ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์

ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้น 3 กลุ่มคือกลุ่มหุ้นปันผลที่ให้อัตราผลตอบแทน (dividend yield) สูง  รองลงมาเป็นกลุ่มพอร์พเพอร์ตี้ฟันด์ (Property Fund) หรือ REIT เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนจะหนีจากสินทรัพย์เสี่ยงไปสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF)  และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล  (DIF)  กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพร์มออฟฟิศ ( POPF)  ตลอดจนลงทุนกลุ่มหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวในช่วงตลาดผันผวน อย่างไรก็ตาม หุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนาเป็นกลุ่มโรงแรม  ท่องเที่ยว และสายการบิน เช่น   ERW ,CENTEL, AOT, AAV, BA และTHAI  เป็นต้น

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 58