อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563

ไทยมีข่าวดี!อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าหนุนหุ้นส่งออกฟื้น (คลิป)

โบรกมองไวรัสโคโรนากดเศรษฐกิจจีน-เศรษฐกิจโลกซบ ชี้เงินบาทอ่อนหนุนธุรกิจส่งออกปั๊มรายได้สกุลดอลลาร์เพิ่ม แนะเลี่ยงชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์-สายการบิน เสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 15.00 น.


นายเอนกพงศ์ พุทธาภิบาล  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บล. เอเชียพลัส เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังผันผวนจากปัจจัยลบทั้งในประเทศและต่างประเทศ  โดยเฉพาะเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา  ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจโลก  รวมทั้งทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และตั้งแต่ต้นม.ค.จนถึงปัจจุบันค่าเงินบาทอ่อนค่าลงที่ 4%  หากเทียบกับประเทศในภูมิภาค  

สำหรับหุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่ามี 2 กลุ่มหลักคือ กลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์  เพราะรายได้ส่วนใหญ่เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเข้าวัตถุดิบต่างประเทศมาผลิตสินค้าประมาณ 50% ที่เหลืออีก 50% ใช้วัตถุดิบในประเทศ  ส่วนหุ้นกลุ่มส่งออกอาหารต้นทุนหลักมาจากในประเทศ ทั้งการเลี้ยงสัตว์และผลิตอาหารสัตว์ ยกเว้นวัตถุดิบบางรายการที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น กากถั่วเหลือง เป็นต้น  แต่รายได้เป็นดอลลาร์สหรัฐ   อย่างไรก็ตาม หุ้นที่เสียประ โยชน์จากเงินบาทอ่อนและควรหลีกเลี่ยงคือสายการบิน เนื่องจากมีต้นทุนด้านน้ำมันสูงส่งผลกระทบต่อรายได้ในรูปดอลลาร์สหรัฐลดลง



ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นในกลุ่มส่งออกอาหารที่ให้ผลตอบแทนดี  แม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดไข้หวัดนก ทั้งจีน เวียดนาม ซาอุดิอาระเบียมองว่าไม่กระทบต่อผู้ประกอบการส่งออกไก่ไทย เพราะผู้ประกอบการรายใหญ่เลี้ยงฟาร์มแบบปิด และควบคุมโรคได้ดี ยกเว้นรายย่อยที่เลี้ยงฟาร์มแบบเปิด ขณะที่หุ้นกลุ่มอิเลคทรอนิกส์ยังไม่แนะนำให้ซื้อ แม้ว่าได้รับผลดีจากค่าเงินบาทอ่อน  เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจะกระทบต่อยอดจำหน่ายรถยนต์ และยอดขายอุปกรณ์ชิ้นส่วนอิเลคโทรนิกส์ลดลงจากความต้องการบริโภคสินค้าที่หดตัว  อย่างไรก็ตาม ถ้าโรคระบาดขยายวงกว้างจะส่งผลบวกทางอ้อมทำให้ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกไปต่างประเทศมีออร์เดอร์เพิ่มขึ้น  ส่วนกรณีความกังวลเรื่องไข้หวัดหมูที่ไต้หวันที่คนเสียชีวิต 56  คนนั้น ไม่เกี่ยวกับหมู แต่เกี่ยวข้องกับไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ H1N1 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

บอกต่อ : 37