อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

หวังการเมืองปลดล็อกเสียงปริ่มน้ำ!ดันหุ้นครึ่งปีหลัง(คลิป)

โบรกจับตา ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดคดียุบพรรคการเมือง 21 ก.พนี้ ระบุหากรัฐบาลแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำได้ จะสร้างเสถียรภาพทางการเมือง หนุน ตลาดหุ้นฟื้นในช่วงครึ่งปีหลัง แนะหุ้นปันผลสูง   อาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 16.35 น.

 
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บล. เคทีบี (ประเทศไทย)  เปิดเผยว่า    ไวรัสโคโรนาที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมานั้นส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลง 100 จุด และมาแตะระดับต่ำสุด  1,495 จุด  แต่หลังจากความกังวลลดลง  เนื่องจากค้นพบวัคซีนต้านไวรัสทำให้ดัชนีเริ่มฟื้นตัวไต่ระดับเข้าใกล้  1,540 จุด  เนื่องจากตลาดรับรู้ข่าวนี้ไปแล้ว  และในสัปดาห์หน้าคาดว่าดัชนีจะดีดตัวกลับไปที่ระดับ 1,568 จุด
 
นอกจากนี้ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินนโยบายการคลัง ด้านภาษี ควบคู่กับนโยบายการเงินด้วยการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25 % ในการประชุมกนง.วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ   ซึ่งปกติภาระหนี้สินของประชาชนและผู้ประกอบการที่มีต่อธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบประมาณ 15.2 ล้านล้านบาท  ถ้าลดดอกเบี้ย 0.25% ทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่  40,000 ล้านบาทต่อปี แม้ภาพรวมต่อตลาดหุ้นอาจไม่มาก แต่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  ส่วนประเด็นต่างประเทศมีความชัดเจนว่าไม่มีการถอดถอนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะที่เรื่องเบร็กซิทอังกฤษได้ออกจากสหภาพยุโรป(อียู)แล้วเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา
 


ทั้งนี้ได้ปรับประมาณการณ์กำไรบจ. จาก 9.8 แสนล้านบาท  ลดลงมาอยู่ที่  9.6  แสนล้านบาททำให้ดัชนีปรับตัวลงด้วย เดิมเป้าหมาย 1,725 จุด เหลือ 1,690 จุด ส่วนสาเหตุที่ปรับลดกำไรของตลาดหุ้นลงจาก  ผลกระทบเทรดดีล ไวรัสโคโรนาประมาณการณ์เบื้องต้นมีผลกระทบต่อกำไรตลาด 2% หรือ 20,000 ล้านบาท แต่ภัยแล้งยังไม่ประเมินไว้หากกระทบอาจทบทวนเป้ากำไรใหม่
 
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามเรื่องการเมือง คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่วันที่ 21 ก.พ.นี้หรือไม่   และหลังจากวันที่ 21 ก.พ.ต้องดูว่าเสียงของรัฐบาลจะได้เพิ่มขึ้นหรือไม่  เพราะตลาดหุ้นไทยที่ไปไหนไม่ได้ไกล เนื่องจากเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาล แต่ถ้ารัฐมีเสียงเพิ่มตลาดหุ้นน่าจะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้    ส่วนผลประกอบการไตรมาส 4/ 62 ของบจ. คาดว่าจะอยู่ที่ 2.2 แสนล้านบาท หากเทียบกับไตรมาส 3/62 ทรงตัว แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
 
“  การเมืองและเศรษฐกิจของไทยเป็นเรื่องที่ต้องติดตามใกล้ชิด   เพราะไทยเป็นประเทศเฉพาะตัว ถ้านักลงทุนไม่เชื่อมั่นรัฐบาล   การใช้จ่ายการลงทุนไม่เกิดขึ้นเช่นปีที่ผ่านมาความเชื่อผู้บริโภคลดลง 11 เดือน แต่หากรัฐบาลมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวครึ่งปีหลัง  ส่วนผลกระทบไวรัสโคโรนายังต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 2/63 ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นปลอดภัย  หุ้นที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา  และหุ้นโรงไฟฟ้า เนื่องจากราคาลงลึก”
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 41